อบรมเกียรติบัตร “รู้รักสมานฉันท์”

 “ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์”

วันพฤหัสบดีที่ 3 และศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2550

ณ ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ อาคาร 31  มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

จัดโดย

มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย  ,  มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กองทุนจิตร ภูมิศักดิ์  , สมาคมจดหมายเหตุไทย

 

³³³³³³³³³³³³³³³³³³

 

หลักการและเหตุผล

 

               ในปัจจุบันองค์ความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในด้านต่างๆ ทั้งด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ นิเวศวิทยา ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนอารยธรรมสถาน ที่มีอยู่อย่างโดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อุษาคเนย์ นี้ ยังรับรู้และจำกัดอยู่ในขอบเขตแคบๆ เฉพาะวงวิชาการ หรือผู้สนใจเฉพาะด้านเท่านั้น หาได้เป็นองค์ความรู้ที่เผยแพร่ไปยังครู-อาจารย์ผู้เป็นกำลังหลักของการสร้างศักยภาพให้กับนักเรียนนักศึกษาในทุกระดับชั้น ตลอดทั้งบุคลากรด้านภาคธุรกิจ ภาครัฐและภาคนอกรัฐบาล ที่ต้องดำเนินกิจกรรมในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ดังนั้น การเพิ่มพูนองค์ความรู้และกระตุ้นให้ครู-อาจารย์และผู้เกี่ยวข้องทั่วไปเกิดความตื่นตัวและติดตามความเคลื่อนไหวทางวิชาการ รวมทั้งการที่จะผลักดันให้เกิดการนำความรู้ไปปรับกระบวนทัศน์ใหม่ให้เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างเสริมการเรียนการสอนและทัศนคติอันดีระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นและเร่งด่วนอย่างยิ่ง

 

               ภูมิภาคอุษาคเนย์ หมายถึง 11 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และติมอร์ตะวันออก ที่ปัจจุบันแม้ว่าเกือบทั้งหมดก็เป็นสมาชิกในสมาคมอาเซียน แต่ก็กล่าวได้ว่า กระบวนการสร้างความรับรู้และเรียนรู้ระหว่างกันยังมีไม่มากนัก ทั้งในข้อเท็จจริง ปัญหาด้านสังคมการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งก็ส่งผลกระทบไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง อันสะท้อนว่า การสร้างความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและอย่างยั่งยืนนั้น เป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดในทุกระดับของกระบวนการศึกษาของไทย  

 

วัตถุประสงค์

1.   เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนความก้าวหน้าขององค์ความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านของไทย

2.   เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชนได้ร่วมศึกษาและตระหนักถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านโดยรวม

3.   เพื่อพัฒนาการศึกษาด้านอุษาคเนย์ศึกษา แม่น้ำโขง-พนมดงรักศึกษา ในสถาบันศึกษาทุกระดับ

4.  เพื่อสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม ความเชื้อ ศาสนา และการเมือง

     การปกครอง

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1.   ผู้อบรมได้ร่วมศึกษาด้านความก้าวหน้าขององค์ความรู้ของอุษาคเนย์ศึกษา

2.   ผู้อบรมได้ตระหนักถึงความสำคัญและสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านไทยมากยิ่งขึ้น

3.   ผู้อบรมสามารถนำความรู้และมิตินวทัศน์ไปปรับใช้ในการเรียนการสอน ตลอดทั้งในการดำเนิน  กิจกรรมด้านต่างๆที่เกี่ยวกับ 

      ประเทศเพื่อนบ้าน

4.  ผู้อบรมได้ร่วมเสริมสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติทั้งในสังคมไทย และระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

 

จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม 200 คน

1.      ผู้สมัครเข้ารับการอบรม 150 คน (จ่ายค่าลงทะเบียน)

2.      นิสิต นักศึกษาปริญญาตรี 50 คน (ไม่เสียค่าลงทะเบียน)

 

ผู้สมัครเข้าร่วมอบรม

1.      ครู-อาจารย์ที่สอนด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

2.      ผู้บริหารในสถาบันการศึกษา

3.      ผู้ดำเนินกิจกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน

4.      ประชาชนทั่วไป

5.     นิสิตนักศึกษาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษาศาสตร์ การท่องเที่ยว อุษาคเนย์ศึกษา

 

ค่าใช้จ่ายในการสมัคร

1.      ผู้สมัครแบบจ่ายค่าลงทะเบียน 1,500 บาท (มีใบเสร็จรับเงิน, จะได้รับหนังสือและเอกสาร)

2.      นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ไม่เสียค่าลงทะเบียน

 

สถานที่สมัคร

               ติดต่อสมัครได้ที่ มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713 

โทรสาร 02-433-8713    

e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
(เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2550 และปิดรับสมัครเมื่อเต็มตามกำหนด ทันที)

 

ข้อตกลงเบื้องต้นของผู้เข้าอบรม

1.      ผู้เข้าอบรมต้องอยู่ร่วมกับคณะอบรมตลอดรายการทั้งสองวัน จึงจะได้รับเกียรติบัตร

2.      ผู้เข้าอบรมพร้อมที่ร่วมระดมสมองในประเด็นหัวข้อที่กำหนด

3.      ผู้เข้าอบรมพึงพร้อมแนะนำตนเองต่อสมาชิกผู้เข้าร่วมอบรมอื่นๆ เพื่อการสร้างเครือข่าย

       “อุษาคเนย์ศึกษา” ต่อไปในอนาคต

 

เกียรติบัตรลงนามโดย

1.      ศาสตราจารย์เสน่ห์  จามริก ประธานมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

2.      พล.ต.อ. เภา  สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

3.      อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

4.      รศ.ดร.ธเนศ  อาภรณ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

5.      ดร.ชาญวิทย์  เกษตรศิริ  นายกสมาคมจดหมายเหตุไทย และ ประธานกองทุนจิตร  ภูมิศักดิ์


กำหนดการอบรมเกียรติบัตร “รู้รักสมานฉันท์”

เรื่อง

“ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์”

วันพฤหัสบดีที่ 3 และศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2550

ณ ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์  อาคาร 31  มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จ.สุรินทร์

 

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2550

 

8.00        ลงทะเบียน  ณ ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์  อาคาร 31  มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

9.00        กล่าวต้อนรับ โดย รศ.ดร.อัจฉรา  ภาณุรัตน์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

9.10           กล่าวเปิดงาน โดย พล.ต.อ.เภา  สารสิน  ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

9.20        ปาฐกถาเรื่อง “กัมพูชา-ไทย : ความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชัง”

โดย  ดร.ชาญวิทย์  เกษตรศิริ  อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  เลขานุการมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และ นายกสมาคมจดหมายเหตุไทย  และ ประธานกองทุนจิตร ภูมิศักดิ์

10.00      พักรับประทานอาหารว่าง

10.30        แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ

ห้องที่  1   ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ ชั้น 2  

                “ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กัมพูชา วันนี้”

                 โดย   อ.ดำเกิง   โถทอง (ม.ราชภัฎสุรินทร์)  ,  อ.ธิบดี บัวคำศรี (ม.เกษตรศาสตร์)

                          คุณ  Uch  Umphinisara  (Department of Tourism Industry, Ministry of Tourism, Cambodia)

                          ผศ.ธำรงศักดิ์   เพชรเลิศอนันต์ (ม.รังสิต)   ดำเนินรายการ

ห้องที่  2   ห้องเอราวัณ  ชั้น 2   

“พม่าวันนี้ ” 

โดย    อ.พรพิมล  ตรีโชติ   (ม. จุฬาฯ) ,  คุณธีรภาพ  โลหิตกุล  

                                     อ.นิตยาภรณ์ พรหมปัญญา  (ม.ธรรมศาสตร์)   

                                        รศ.ดร.วิทยา  สุจริตธนารักษ์   (ม.จุฬา)  ดำเนินรายการ

12.00      พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30      แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ

            ห้องที่ 1   ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์  ชั้น 2    

                              “คณิตศาสตร์ ชาติพันธุ์บนผืนผ้าอุษาคเนย์”

โดย   อ.กรรณิกา   จินากูล  , อ.สารภี   วรรณตรง  (ม.ราชภัฎสุรินทร์)   

         รศ.อัจฉรา   ภาณุรัตน์ (ม.ราชภัฏสุรินทร์)  ดำเนินรายการ

            ห้องที่ 2   ห้องเอราวัณ  ชั้น 2    

                               “ภาษาเขมรในไทย”

-       ภาษาเขมรในสมัยอยุธยาตอนต้น  โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ   ขนิษฐานันท์   (ม.ธรรมศาสตร์)

-        จารึกเขมรในไทย โดย  อ.ศานติ   ภักดีคำ   (ม.ศรีนครินทรวิโรฒ)

-        ภาษาเขมรในกัมพูชาและในไทย โดย  อ.พจนีย์   เพ็งเปลี่ยน

        รศ.ภูมิจิตร   เรืองเดช  (ม.ราชภัฎบุรีรัมย์)   ดำเนินรายการ

15.00      พักรับประทานอาหารว่าง      


15.30    แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ

ห้องที่  1   ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ ชั้น 2   

            “พนมดงรักศึกษา  พิธีกรรมฮีตกินควาย  วัฒนธรรมคนหาปลาลุ่มน้ำโขง”

โดย   ผศ.เครือจิต   ศรีบุญนาค (ม.ราชภัฎสุรินทร์)  , อ.ชัยพร  ศิริพรไพบูลย์  (กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)

         อ.อิทธิวัตร  ศรีสมบัติ  (ม.ราชภัฎสุรินทร์) ,  

         รศ.ดร.กัมปนาท  ภักดีกุล (ม.มหิดล)   ดำเนินรายการ

ห้องที่  2   ห้องเอราวัณ  ชั้น 2     

               “คุณภาพชีวิตภาวะผู้นำผู้สูงอายุไทย-กัมพูชา”

               โดย  อ.สิงหา   กรจับ  (ม.ราชภัฏสุรินทร์)  ,    อ.พิชญาภา  คำทอง (อาสาสมัครสาธารณสุขไทย-ลาว)

                       อ.วาสนา   แก้วหล้า  (ม.ราชภัฏสุรินทร์)  ดำเนินรายการ

ห้องที่  3   ห้องกุญชร  ชั้น 3   

            “อัตลักษณ์ นิเวศวัฒนธรรมไม้ไผ่ และ เครื่องปั้นดินเผาออสโตรเอเชียติก”

               โดย   อ.ปิยะศักดิ์   สีดา ,  อ.แม้นวาด  แข่งขัน  (ม.ราชภัฏสุรินทร์)

                        ผศ.ปรีชา  ธรรมวินทร   (ม.ราชภัฎสกลนคร)   ดำเนินรายการ

17.00      ปิดการอบรมประจำวัน (งานเลี้ยงรับรอง การแสดง กันตรึมและเจรียง)

 

วันที่สอง ศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2550

 

8.30        ปาฐกถาเรื่อง “อุษาคเนย์ศึกษาในบริบทโลก”

               โดย    รศ.ดร.ธเนศ  อาภรณ์สุวรรณ  ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มธ.  *

9.15        มอบทุนการศึกษานักเรียน

9.30        “เพื่อนบ้านไทยในลุ่มแม่น้ำโขง”

-        ลาว โดย   รศ.ศุภชัย สิงห์ยะบุศย์  (ม.มหาสารคาม)

-        เวียดนาม  โดย  อ.พิเชฐ สายพันธ์  (ม.ธรรมศาสตร์)

       อ.กนกวรรณ  มะโนรมย์  (ม.อุบลราชธานี)  ดำเนินรายการ 

10.30      พักรับประทานอาหารว่าง      

11.00      ประชุมระดมสมองหัวข้อ “ปัญหาอุปสรรคการศึกษาประเทศเพื่อนบ้านไทยในสถาบันการศึกษา”

               (จัดแบ่ง 10 กลุ่ม)

 ดำเนินรายการโดย   ผศ.ธำรงศักดิ์  เพชรเลิศอนันต์  และ อ.ดำเกิง  โถทอง

12.30      พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30      “เพื่อนบ้านไทยในภาคพื้นสมุทรอุษาคเนย์”

-        “มลายู” ในบริบทโลก โดย อ.สิทธา เลิศไพบูลย์ศิริ  (อุษาคเนย์ศึกษา ม.ธรรมศาสตร์)

-        ทหารกับการเมืองในอินโดนีเซีย โดย รศ.ดร.วิทยา  สุจริตธนารักษ์ (จุฬาฯ)

-        ฟิลิปปินส์วันนี้ โดย อ.อัครพงษ์   ค่ำคูณ  (อุษาคเนย์ศึกษา ม.ธรรมศาสตร์)

        ดร.ศรีประภา  เพชรมีศรี  (ม.มหิดล)    ดำเนินรายการ

15.30        กล่าวสรุปและปิดการอบรม และพิธีแจกเกียรติบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม

               โดย รศ. ดร. อัจฉรา  ภาณุรัตน์  อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์

16.30      ปิดการอบรม และ รับประทานอาหารว่าง

 

พิธีกร       อ.สมฤทธิ์   ลือชัย

 

**  อยู่ระหว่างการทาบทาม


กำหนดการภาคสนาม

ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์

ช่องชงำ/สุรินทร์ -   เสียมราฐ   3 วัน  2  คืน  (เดินทางโดยรถยนต์)

นครวัด – นครธม – ตาพรหม – บันทายศรี – พนมบาเค็ง – เมืองวัฒนธรรม – โตนเลซาบ

วันเสาร์ที่ 5 – วันอาทิตย์ที่ 6 - วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2550

 

วันเสาร์ที่  5   พฤษภาคม  2550    สุรินทร์ – เสียมราฐ

 

07.30                   ออกเดินทางจากโรงแรมสุรินทร์มาเจสติก  จังหวัดสุรินทร์  ตามเส้นทางอำเภอสังขะ

                               อำเภอบัวเชด มุ่งสู่ชายแดนไทย กัมพูชา

09.00                     พบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์   ที่คอยต้อนรับเพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านแดนไทย - กัมพูชา  (อำเภอ

ภูสิงห์ จ. ศรีสะเกษ)   ข้ามเขตแดนไทยเข้ากัมพูชา ชมทิวทัศน์เทือกเขาพนมดงเร็ก (ภูไม้คาน) มุมมองจากเขมรสูงสู่เขมรต่ำ ชมฐานที่มั่นสุดท้ายของเขมรแดงบนเทือกเขาพนมดงเร็กและอลันเวง ชมเชิงตะกอน ผู้นำเขมรแดง  นายพลพต  และหลุมฝังศพ นายพลตาเดียว   นายพลตาม็อก   ผู้นำเขมรแดงที่สิ้นชีวิตเมื่อปี  

22  กรกฎาคม 2549

12.30                     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารที่อลันเวงหลังจากนั้นขึ้นรถปรับอากาศเดินทางไปเมือง

                              เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา

15.30                     หลังจากนั้นนำท่านชม ทะเลสาบหรือบึงตุนเลซาบ  ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เป็นบึงขนาดยักษ์ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอยู่มากมาย และเป็นแหล่งอาหารอันสำคัญ  ครอบคลุมพื้นที่  5  จังหวัด  ในฤดูน้ำหลากนั้นน้ำจะท่วมกินพื้นที่มากกว่า 7,500 ตารางกิโลเมตร  ลึกประมาณ  10  เมตร  กว้างประมาณ  30  เมตร  ยาวถึง  130 กิโลเมตร  อุดมไปด้วยพันธุ์ปลาชนิดต่าง ๆ ซุกซ่อนประมาณ 300  ชนิด  และชมวิถีชีวิตของประชาชนที่อยู่ในย้ำ  ที่ใช้เรือเป็นบ้าน  ใช้พื้นน้ำเป็นเรือนตายในหมู่บ้านมีครบ  ทั้งโรงเรียน  โรงพยาบาล  สถานีตำรวจ  ร้านขายของชำลอยน้ำ  เป็นต้น

17.00                     นำสัมภาระเข้าที่พัก    โรงแรม

18.30                     รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารเชียงใหม่ไทยฟู๊ด

20.00                     กลับเข้าโรงแรมพักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันอาทิตย์ที่  6   พฤษภาคม  2550      บันทายศรี – ตาพรหม – นครวัด  -  นครธรม

 

07.00                     รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม 

07.30                     ปราสาทบันทายศรี เป็นปราสาทหินสีชมพู เทวสถานฮินดูไศวะนิกาย  ด้านตัว  ปราสาทนั้นสร้างในแนวราบ  โคปุระของปราสาทเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ   ซึ่งมีความงดงามมากทีเดียว  ชุมสุดยอดของการแกะสลักลวดลายอันวิจิตรงดงามตระการตา  มีความอ่อนช้อย ประณีตคมบางชัดเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะลวดลายพรรณพฤกษาและลายต่าง ๆ ล้วนมีลวดลายชัดเจนประดุจกลีบดอกกลีบใบที่สลักบนหินลอยเด่นออกมาอย่างชัดส่วนเทวดาและนางอัปสรมีความเป็นมนุษย์มากกว่ายุคอื่น ๆ ศิลปะกรรมของบันทายศรีถือว่าเป็นรัตนชาติที่แท้แห่งสถาปัตยกรรมเขมร คือรูปร่างสมส่วน  หน้าตาหมดจด  อาภรณ์และเครื่องประดับ  มีความชัดเจน    ซึ่งเป็นปราสาทที่แกะสลักได้อย่างสวยงามที่สุดในบรรดาปราสาททั้งหมดในกัมพูชาที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน

10.30                            นำท่านไป ปราสาทนครธม ชมความมหัศจรรย์ของปราสาทและโบราณสถานที่สำคัญ  อาทิเช่น  ปราสาทปักศรีจำกรง   และชมสะพานนาคราช เป็นหลักศิลามีเอกลักษณ์เฉพาะด้านเช่น  ภาพแกะสลักรูปเทวดา และอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรย์  กำลังฉุดนาค  ปราสาทนครธม เปรียบเสมือนเมืองใหญ่  ซึ่งมีปราสาทบายน  เป็นศูนย์กลางแห่งเมืองพระนคร  สัมผัสพลังมนต์ขลังจากรอยยิ้มแบบบายนที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและ

 

 

 

ความอ่อนโยน  รูปสลักพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่บนปรางค์  54  ยอด  และเป็นสุดยอดของปราสาทขอมในยุคปลาย  ยอดปราสาททุกหลังจะแกะสลักเป็นรูปเทวดาพักตร์  4  หน้า  ซึ่งหันออกทอดพระเนตร  ดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั้ง  4  ทิศ  หลังจากนั้นขออนุญาต  นำท่านกราบนมัสการพระชัยพุทธมหานาคเป็นพระพุทธรูปนาคปรกศิลาที่มีขนาดใหญ่  และท่านจะได้ชมบ่อน้ำโบราณซึ่งชาวบ้านเรียกว่า  บ่อบุญ  บ่อวาสนา  ซึ่งน้ำในบ่อจะถูกนำไปใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก  ของกษัตริย์ทุกรัชกาล  บนฝาผนังมีภาพจิตรกรรมแกะสลักเล่าเรื่องวิถีชีวิตประจำวันของชาวเขมร และการสู้รบซึ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของชาวเขมรในอดีต 

12.00.                 รับประทานอาหารกลางวัน    ภัตตาคารโตนเลซาบ

13.00.                 นำท่านไปชมปราสาทตาพรหม  เป็นวัดในพระพุทธศาสนา  ซึ่งรวบรวมหมวดปราสาทไว้ถึง  24  หลัง  ตั้งอยู่กลางป่ามีแมกไม้ขึ้นปกคลุม  บางแห่งมีรากไม้ใหญ่อันมหึมาโอบอุ้มพระเทวสถานไว้อย่างน่าอัศจรรย์  ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างซับซ้อนประดุจเขาวงกต  นอกจากนี้  ยังได้เห็นพลังแห่งธรรมชาติที่กลับมาครอบครองความยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์  ต้นไม้กับรากไม้มหึมาที่โอบรัดอาคารไว้อย่างมหัศจรรย์  แมกไม้ร่มครึ้ม  และเสียงสัตว์ร้องเจื้อยแจ้วคลออยู่ตลอดการเยี่ยมชม

15.00.                 นำท่านชมปราสาทนครวัด  เป็นปราสาทที่มีคนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลกเปรียบ เสมือนวิมานแห่งเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้บนโลกมนุษย์  เริ่มสร้างในคริสตศตวรรษที่  12  ประมาณ  800  กว่าปี  พื้นที่  1,250  ไร่  เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู  ขนาดใหญ่   ซึ่งเริ่มสร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่  2    เป็นปราสาทหินที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2  เป็นนฤมิตกรรมทางสถาปัตยกรรม  ซึ่งไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใดที่สร้างมาแล้วหรือที่จะสร้างต่อไปในโลกเสมอเหมือนได้  ชมภาพแกะสลักสูง  2  เมตร   ความยาว  600  เมตร  ซึ่งมีความงดงามตระการตา  และภาพแกะสลักอื่น ๆ เช่น  ภาพนางอัปสรอวดทรวดทรงอ่อนช้อย  ถึง  1,635  องค์  ภาพนูนต่ำการกวนเกษียรสมุทร  ภาพเรื่องมหาภารตยุทธ์เรื่องรามเกียรติ์  ภาพการยกทัพของกษัตริย์ขอม/เขมร  ภาพทหารของกองทัพแห่งกรุงสยามหรือที่เรียกว่า  เสียมกุก  และชมความงามของปราสาททรงดอกบัวตูมทั้ง  5  ยอด  ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังแห่งความลึกลับ

17.00 น.                 นำคณะขึ้นเขาพนมบาเค็ง  หรือวนัมกันดาล ที่ตั้งของปราสาทพนมบาเค็ง  ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางแห่งอำนาจของเมือง   ยโสธรปุระ  ในรัชสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1  เพื่อบันทึกภาพพระอาทิตย์อัศดงเหนือบารายตะวันตกที่สวยงามจากยอดปราสาทพนมบาเค็ง  ท่านสามารถมองเห็นเมืองพระนครในบรรยากาศอร่ามเป็นสีทองงดงามดังเมืองเนรมิต

18.30 น.               รับประทานอาหารเย็น    ภัตตาคารแม่โขง  เพลิดเพลินกับอาหารแบบบุฟเฟ่หลาก  หลายรสเลิศจนท่านลืมอิ่ม  และชมการแสดงดนตรีนาฏศิลป์  “อัปสรา”  การแสดงพื้นบ้านของกัมพูชา

20.00 น.                กลับเข้าโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

วันจันทร์ที่  7   พฤษภาคม  2550      เสียมราฐ – ช่องชงำ (สุรินทร์)

 

07.00 น.                 รับประทานอาหารเช้า    โรงแรมนำสัมภาระออกจากที่พัก

07.30 น.                 เลือกซื้อของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านที่ตลาดต้นโพธิ์

10.00 น.                 เดินทางกลับสู่ช่องชงำ

12.00 น.                 รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านกบาลสเปียน

15.30 น.                 ถึงด่านช่องชงำ  โดยสวัสดิภาพ  ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารที่จุดผ่านแดน

17.30 น.                 ถึงโรงแรมสุรินทร์มาเจสติก  จังหวัดสุรินทร์ 

 

³³³³³³³³³³³³³³³³³³


 

วิทยากร             ดร.ชาญวิทย์   เกษตรศิริ

                        ผศ.ธำรงศักดิ์  เพชรเลิศอนันต์

                        อ.สมฤทธิ์     ลือชัย

อ.อัครพงษ์    ค่ำคูณ

 

รับจำนวนจำกัด     60   ท่าน

 

ค่าลงทะเบียนภาคสนาม       ท่านละ  8,900 บาท  (ห้องพัก 2 ท่าน)

 

การชำระเงิน       นำเงินฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์  ในนาม สัมมนาประจำปี  ธนาคารกรุงไทย จำกัด

สาขาย่อยพรานนก   เลขที่ 196-0-03953-9   หลังการโอนเงินกรุณาส่งสำเนามาที่

โทรสาร 02-433-8713

 

เอกสารขอวีซ่า      ขอให้ส่งภายในวันที่ 18 เมษายน 2550  (กรุณาส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน)

                        1.   หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต)  อายุไม่ต่ำกว่า  6  เดือน  นับจากวันเดินทาง

                        2.   รูปถ่ายหน้าตรง  1  นิ้ว  2  รูป 

                              3.  ในวันเดินทางให้นำบัตรประจำตัวประชาชนติดตัวมาด้วย

 

อัตราค่าบริการรวม :

-        ค่าวีซ่าเข้าประเทศ          

-        ค่าอาหารตามรายการ

-        ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตลอดการเดินทางในกัมพูชา

-        ค่าที่พักตามรายการยกเว้นมินิบาร์  (สองคนต่อหนึ่งห้อง)

-        ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน

-        ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ

-        ค่าน้ำดื่ม  และผ้าเย็นตลอดการเดินทาง

-        ค่าบริการ

-        ค่าประกันอุบัติเหตุ  ภายในระยะเวลาการเดินทาง

 

ติดต่อสอบถาม และส่งเอกสารที่

               คุณกิตสุนี   รุจิชานันทกุล

               มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

               413/38  ถนนอรุณอมรินทร์  เขตบางกอกน้อย  กรุงเทพฯ  10700

               โทร. 02-424-5768  ,  02-433-8713 (โทรสาร)

               e-mail  :  kitsunee_tai@yahoo.com

 

จัดโดย   บริษัท  Angkor Welcome Tours Services

                ใบอนุญาตเลขที่  MOT  ข799

 

การเปลี่ยนแปลงรายการ

การเดินทางอาจมีปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้น ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการตามความจำเป็นและเหมาะสม

แต่จะรักษาผลประโยชน์ของท่านตามสิทธิ์ที่มี และจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบก่อนทุกครั้ง

 

ดาวน์โหลดใบสมัครเข้าอบรม