|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์
ณ
ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ อาคาร 31
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
จัดโดย
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย , มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
กองทุนจิตร ภูมิศักดิ์ , สมาคมจดหมายเหตุไทย
³³³³³³³³³³³³³³³³³³
ในปัจจุบันองค์ความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านในด้านต่างๆ
ทั้งด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ นิเวศวิทยา
ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนอารยธรรมสถาน
ที่มีอยู่อย่างโดดเด่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อุษาคเนย์ นี้
ยังรับรู้และจำกัดอยู่ในขอบเขตแคบๆ เฉพาะวงวิชาการ หรือผู้สนใจเฉพาะด้านเท่านั้น
หาได้เป็นองค์ความรู้ที่เผยแพร่ไปยังครู-อาจารย์ผู้เป็นกำลังหลักของการสร้างศักยภาพให้กับนักเรียนนักศึกษาในทุกระดับชั้น
ตลอดทั้งบุคลากรด้านภาคธุรกิจ ภาครัฐและภาคนอกรัฐบาล
ที่ต้องดำเนินกิจกรรมในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
ดังนั้น การเพิ่มพูนองค์ความรู้และกระตุ้นให้ครู-อาจารย์และผู้เกี่ยวข้องทั่วไปเกิดความตื่นตัวและติดตามความเคลื่อนไหวทางวิชาการ
รวมทั้งการที่จะผลักดันให้เกิดการนำความรู้ไปปรับกระบวนทัศน์ใหม่ให้เอื้อประโยชน์ต่อการสร้างเสริมการเรียนการสอนและทัศนคติอันดีระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นและเร่งด่วนอย่างยิ่ง
ภูมิภาคอุษาคเนย์
หมายถึง 11 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม พม่า มาเลเซีย สิงคโปร์
บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และติมอร์ตะวันออก
ที่ปัจจุบันแม้ว่าเกือบทั้งหมดก็เป็นสมาชิกในสมาคมอาเซียน แต่ก็กล่าวได้ว่า
กระบวนการสร้างความรับรู้และเรียนรู้ระหว่างกันยังมีไม่มากนัก ทั้งในข้อเท็จจริง
ปัญหาด้านสังคมการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งก็ส่งผลกระทบไปยังประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ
อย่างต่อเนื่อง อันสะท้อนว่า การสร้างความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
เพื่อการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขและอย่างยั่งยืนนั้น
เป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดในทุกระดับของกระบวนการศึกษาของไทย
1.
เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนความก้าวหน้าขององค์ความรู้เกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านของไทย
2.
เพื่อให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งในภาครัฐและเอกชนได้ร่วมศึกษาและตระหนักถึงความสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านโดยรวม
3.
เพื่อพัฒนาการศึกษาด้านอุษาคเนย์ศึกษา แม่น้ำโขง-พนมดงรักศึกษา
ในสถาบันศึกษาทุกระดับ
4.
เพื่อสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ
วัฒนธรรม ความเชื้อ ศาสนา และการเมือง
การปกครอง
1.
ผู้อบรมได้ร่วมศึกษาด้านความก้าวหน้าขององค์ความรู้ของอุษาคเนย์ศึกษา
2.
ผู้อบรมได้ตระหนักถึงความสำคัญและสัมพันธ์ของประเทศเพื่อนบ้านไทยมากยิ่งขึ้น
3. ผู้อบรมสามารถนำความรู้และมิตินวทัศน์ไปปรับใช้ในการเรียนการสอน
ตลอดทั้งในการดำเนิน
กิจกรรมด้านต่างๆที่เกี่ยวกับ
ประเทศเพื่อนบ้าน
4.
ผู้อบรมได้ร่วมเสริมสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติทั้งในสังคมไทย
และระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน
1.
ผู้สมัครเข้ารับการอบรม 150 คน (จ่ายค่าลงทะเบียน)
2.
นิสิต นักศึกษาปริญญาตรี 50 คน (ไม่เสียค่าลงทะเบียน)
1.
ครู-อาจารย์ที่สอนด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
2.
ผู้บริหารในสถาบันการศึกษา
3.
ผู้ดำเนินกิจกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้าน
4.
ประชาชนทั่วไป
5.
นิสิตนักศึกษาด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ภาษาศาสตร์
การท่องเที่ยว อุษาคเนย์ศึกษา
1.
ผู้สมัครแบบจ่ายค่าลงทะเบียน 1,500 บาท (มีใบเสร็จรับเงิน,
จะได้รับหนังสือและเอกสาร)
2.
นิสิตนักศึกษาระดับปริญญาตรี ไม่เสียค่าลงทะเบียน
ติดต่อสมัครได้ที่
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ โทร. 02-424-5768 , 02-433-8713
โทรสาร 02-433-8713
e-mail : kitsunee_tai@yahoo.com
(เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2550 และปิดรับสมัครเมื่อเต็มตามกำหนด ทันที)
1.
ผู้เข้าอบรมต้องอยู่ร่วมกับคณะอบรมตลอดรายการทั้งสองวัน
จึงจะได้รับเกียรติบัตร
2.
ผู้เข้าอบรมพร้อมที่ร่วมระดมสมองในประเด็นหัวข้อที่กำหนด
3.
ผู้เข้าอบรมพึงพร้อมแนะนำตนเองต่อสมาชิกผู้เข้าร่วมอบรมอื่นๆ
เพื่อการสร้างเครือข่าย
อุษาคเนย์ศึกษา ต่อไปในอนาคต
1.
ศาสตราจารย์เสน่ห์ จามริก
ประธานมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
2.
พล.ต.อ. เภา
สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
3.
อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
4.
รศ.ดร.ธเนศ
อาภรณ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
5.
ดร.ชาญวิทย์
เกษตรศิริ
นายกสมาคมจดหมายเหตุไทย และ ประธานกองทุนจิตร ภูมิศักดิ์
กำหนดการอบรมเกียรติบัตร
รู้รักสมานฉันท์
ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอุษาคเนย์
ณ
ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ อาคาร
31 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จ.สุรินทร์
8.00 ลงทะเบียน ณ
ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ อาคาร
31 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
9.00 กล่าวต้อนรับ
โดย รศ.ดร.อัจฉรา ภาณุรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
9.10
กล่าวเปิดงาน โดย พล.ต.อ.เภา สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
9.20 ปาฐกถาเรื่อง
กัมพูชา-ไทย :
ความสัมพันธ์ทั้งรักทั้งชัง
โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลขานุการมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
และ นายกสมาคมจดหมายเหตุไทย และ ประธานกองทุนจิตร
ภูมิศักดิ์
10.00 พักรับประทานอาหารว่าง
10.30
แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้องที่ 1 ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ ชั้น
2
เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว กัมพูชา วันนี้
โดย อ.ดำเกิง โถทอง (ม.ราชภัฎสุรินทร์) , อ.ธิบดี บัวคำศรี
(ม.เกษตรศาสตร์)
คุณ Uch
Umphinisara (Department of
Tourism Industry, Ministry of
ผศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ (ม.รังสิต) ดำเนินรายการ
ห้องที่ 2 ห้องเอราวัณ ชั้น 2
พม่าวันนี้
โดย อ.พรพิมล ตรีโชติ (ม. จุฬาฯ) , คุณธีรภาพ โลหิตกุล
อ.นิตยาภรณ์ พรหมปัญญา
(ม.ธรรมศาสตร์)
รศ.ดร.วิทยา
สุจริตธนารักษ์
(ม.จุฬา) ดำเนินรายการ
12.00 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.30 แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้องที่ 1 ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ ชั้น 2
คณิตศาสตร์
ชาติพันธุ์บนผืนผ้าอุษาคเนย์
โดย อ.กรรณิกา จินากูล , อ.สารภี วรรณตรง (ม.ราชภัฎสุรินทร์)
รศ.อัจฉรา ภาณุรัตน์
(ม.ราชภัฏสุรินทร์) ดำเนินรายการ
ห้องที่ 2 ห้องเอราวัณ ชั้น 2
ภาษาเขมรในไทย
- ภาษาเขมรในสมัยอยุธยาตอนต้น โดย รศ.ดร.วิไลวรรณ ขนิษฐานันท์ (ม.ธรรมศาสตร์)
-
จารึกเขมรในไทย โดย อ.ศานติ ภักดีคำ (ม.ศรีนครินทรวิโรฒ)
-
ภาษาเขมรในกัมพูชาและในไทย โดย อ.พจนีย์ เพ็งเปลี่ยน
รศ.ภูมิจิตร
เรืองเดช
(ม.ราชภัฎบุรีรัมย์)
ดำเนินรายการ
15.00 พักรับประทานอาหารว่าง
15.30 แบ่งห้องสัมมนาหัวข้อเฉพาะ
ห้องที่ 1 ห้องประชุมทัณฑวาล์เธียรเตอร์ ชั้น
2
พนมดงรักศึกษา
พิธีกรรมฮีตกินควาย วัฒนธรรมคนหาปลาลุ่มน้ำโขง
โดย ผศ.เครือจิต ศรีบุญนาค (ม.ราชภัฎสุรินทร์) , อ.ชัยพร ศิริพรไพบูลย์ (กรมทรัพยากรน้ำบาดาล)
อ.อิทธิวัตร ศรีสมบัติ (ม.ราชภัฎสุรินทร์) ,
รศ.ดร.กัมปนาท ภักดีกุล
(ม.มหิดล) ดำเนินรายการ
ห้องที่ 2 ห้องเอราวัณ ชั้น 2
คุณภาพชีวิตภาวะผู้นำผู้สูงอายุไทย-กัมพูชา
โดย
อ.สิงหา กรจับ (ม.ราชภัฏสุรินทร์) , อ.พิชญาภา คำทอง (อาสาสมัครสาธารณสุขไทย-ลาว)
อ.วาสนา แก้วหล้า (ม.ราชภัฏสุรินทร์) ดำเนินรายการ
ห้องที่ 3 ห้องกุญชร ชั้น 3
อัตลักษณ์ นิเวศวัฒนธรรมไม้ไผ่ และ
เครื่องปั้นดินเผาออสโตรเอเชียติก
โดย อ.ปิยะศักดิ์ สีดา , อ.แม้นวาด แข่งขัน (ม.ราชภัฏสุรินทร์)
ผศ.ปรีชา ธรรมวินทร (ม.ราชภัฎสกลนคร) ดำเนินรายการ
17.00 ปิดการอบรมประจำวัน
(งานเลี้ยงรับรอง การแสดง กันตรึมและเจรียง)
8.30 ปาฐกถาเรื่อง
อุษาคเนย์ศึกษาในบริบทโลก
โดย รศ.ดร.ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ
ผู้อำนวยการโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มธ. *
9.15 มอบทุนการศึกษานักเรียน
9.30 เพื่อนบ้านไทยในลุ่มแม่น้ำโขง
-
ลาว โดย
รศ.
-
เวียดนาม
โดย อ.พิเชฐ สายพันธ์ (ม.ธรรมศาสตร์)
อ.กนกวรรณ มะโนรมย์ (ม.อุบลราชธานี) ดำเนินรายการ
10.30 พักรับประทานอาหารว่าง
11.00 ประชุมระดมสมองหัวข้อ
ปัญหาอุปสรรคการศึกษาประเทศเพื่อนบ้านไทยในสถาบันการศึกษา
(จัดแบ่ง 10 กลุ่ม)
ดำเนินรายการโดย ผศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ และ อ.ดำเกิง โถทอง
12.30 พักรับประทานอาหารกลางวัน
13.30 เพื่อนบ้านไทยในภาคพื้นสมุทรอุษาคเนย์
-
มลายู ในบริบทโลก โดย อ.สิทธา เลิศไพบูลย์ศิริ (อุษาคเนย์ศึกษา ม.ธรรมศาสตร์)
-
ทหารกับการเมืองในอินโดนีเซีย โดย รศ.ดร.วิทยา สุจริตธนารักษ์ (จุฬาฯ)
-
ฟิลิปปินส์วันนี้ โดย อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ (อุษาคเนย์ศึกษา ม.ธรรมศาสตร์)
ดร.ศรีประภา เพชรมีศรี (ม.มหิดล) ดำเนินรายการ
15.30
กล่าวสรุปและปิดการอบรม
และพิธีแจกเกียรติบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม
โดย
รศ. ดร. อัจฉรา ภาณุรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
16.30 ปิดการอบรม
และ รับประทานอาหารว่าง
พิธีกร อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
**
อยู่ระหว่างการทาบทาม
ช่องชงำ/สุรินทร์ - เสียมราฐ 3
วัน 2 คืน
(เดินทางโดยรถยนต์)
นครวัด นครธม ตาพรหม บันทายศรี พนมบาเค็ง เมืองวัฒนธรรม
โตนเลซาบ
วันเสาร์ที่ 5
วันอาทิตย์ที่ 6 - วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2550
วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2550 สุรินทร์
เสียมราฐ
07.30
ออกเดินทางจากโรงแรมสุรินทร์มาเจสติก จังหวัดสุรินทร์ ตามเส้นทางอำเภอสังขะ
อำเภอบัวเชด
มุ่งสู่ชายแดนไทย กัมพูชา
09.00
พบเจ้าหน้าที่และมัคคุเทศก์
ที่คอยต้อนรับเพื่ออำนวยความสะดวกในการผ่านแดนไทย
- กัมพูชา (อำเภอ
ภูสิงห์ จ. ศรีสะเกษ) ข้ามเขตแดนไทยเข้ากัมพูชา
ชมทิวทัศน์เทือกเขาพนมดงเร็ก (ภูไม้คาน) มุมมองจากเขมรสูงสู่เขมรต่ำ
ชมฐานที่มั่นสุดท้ายของเขมรแดงบนเทือกเขาพนมดงเร็กและอลันเวง ชมเชิงตะกอน
ผู้นำเขมรแดง นายพลพต และหลุมฝังศพ นายพลตาเดียว นายพลตาม็อก ผู้นำเขมรแดงที่สิ้นชีวิตเมื่อปี
22
กรกฎาคม 2549
12.30 รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหารที่อลันเวงหลังจากนั้นขึ้นรถปรับอากาศเดินทางไปเมือง
เสียมราฐ
ประเทศกัมพูชา
15.30 หลังจากนั้นนำท่านชม
ทะเลสาบหรือบึงตุนเลซาบ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เป็นบึงขนาดยักษ์ที่มีมรดกทางวัฒนธรรมอยู่มากมาย
และเป็นแหล่งอาหารอันสำคัญ
ครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัด
ในฤดูน้ำหลากนั้นน้ำจะท่วมกินพื้นที่มากกว่า 7,500 ตารางกิโลเมตร ลึกประมาณ 10
เมตร กว้างประมาณ 30
เมตร ยาวถึง
17.00 นำสัมภาระเข้าที่พัก ณ
โรงแรม
18.30 รับประทานอาหารเย็น
ณ ภัตตาคารเชียงใหม่ไทยฟู๊ด
20.00 กลับเข้าโรงแรมพักผ่อนตามอัธยาศัย
07.00 รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรม
07.30 ปราสาทบันทายศรี
เป็นปราสาทหินสีชมพู เทวสถานฮินดูไศวะนิกาย ด้านตัว ปราสาทนั้นสร้างในแนวราบ
โคปุระของปราสาทเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ซึ่งมีความงดงามมากทีเดียว ชุมสุดยอดของการแกะสลักลวดลายอันวิจิตรงดงามตระการตา มีความอ่อนช้อย ประณีตคมบางชัดเป็นพิเศษ โดยเฉพาะลวดลายพรรณพฤกษาและลายต่าง ๆ
ล้วนมีลวดลายชัดเจนประดุจกลีบดอกกลีบใบที่สลักบนหินลอยเด่นออกมาอย่างชัดส่วนเทวดาและนางอัปสรมีความเป็นมนุษย์มากกว่ายุคอื่น
ๆ ศิลปะกรรมของบันทายศรีถือว่าเป็นรัตนชาติที่แท้แห่งสถาปัตยกรรมเขมร
คือรูปร่างสมส่วน หน้าตาหมดจด อาภรณ์และเครื่องประดับ มีความชัดเจน
ซึ่งเป็นปราสาทที่แกะสลักได้อย่างสวยงามที่สุดในบรรดาปราสาททั้งหมดในกัมพูชาที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกัน
10.30
นำท่านไป ปราสาทนครธม ชมความมหัศจรรย์ของปราสาทและโบราณสถานที่สำคัญ
อาทิเช่น ปราสาทปักศรีจำกรง และชมสะพานนาคราช
เป็นหลักศิลามีเอกลักษณ์เฉพาะด้านเช่น
ภาพแกะสลักรูปเทวดา และอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูรย์ กำลังฉุดนาค ปราสาทนครธม เปรียบเสมือนเมืองใหญ่ ซึ่งมีปราสาทบายน เป็นศูนย์กลางแห่งเมืองพระนคร
สัมผัสพลังมนต์ขลังจากรอยยิ้มแบบบายนที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาและ
ความอ่อนโยน รูปสลักพระโพธิสัตว์ขนาดใหญ่บนปรางค์ 54
ยอด และเป็นสุดยอดของปราสาทขอมในยุคปลาย
ยอดปราสาททุกหลังจะแกะสลักเป็นรูปเทวดาพักตร์ 4
หน้า ซึ่งหันออกทอดพระเนตร ดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั้ง 4
ทิศ หลังจากนั้นขออนุญาต นำท่านกราบนมัสการพระชัยพุทธมหานาคเป็นพระพุทธรูปนาคปรกศิลาที่มีขนาดใหญ่
และท่านจะได้ชมบ่อน้ำโบราณซึ่งชาวบ้านเรียกว่า บ่อบุญ บ่อวาสนา
ซึ่งน้ำในบ่อจะถูกนำไปใช้ในพิธีบรมราชาภิเษก ของกษัตริย์ทุกรัชกาล
บนฝาผนังมีภาพจิตรกรรมแกะสลักเล่าเรื่องวิถีชีวิตประจำวันของชาวเขมร
และการสู้รบซึ่งแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของชาวเขมรในอดีต
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน ณ
ภัตตาคารโตนเลซาบ
13.00 น. นำท่านไปชมปราสาทตาพรหม
เป็นวัดในพระพุทธศาสนา
ซึ่งรวบรวมหมวดปราสาทไว้ถึง
24 หลัง ตั้งอยู่กลางป่ามีแมกไม้ขึ้นปกคลุม บางแห่งมีรากไม้ใหญ่อันมหึมาโอบอุ้มพระเทวสถานไว้อย่างน่าอัศจรรย์
ชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างซับซ้อนประดุจเขาวงกต นอกจากนี้
ยังได้เห็นพลังแห่งธรรมชาติที่กลับมาครอบครองความยิ่งใหญ่เหนือมนุษย์
ต้นไม้กับรากไม้มหึมาที่โอบรัดอาคารไว้อย่างมหัศจรรย์ แมกไม้ร่มครึ้ม และเสียงสัตว์ร้องเจื้อยแจ้วคลออยู่ตลอดการเยี่ยมชม
15.00 น. นำท่านชมปราสาทนครวัด
เป็นปราสาทที่มีคนทั่วโลกรู้จักเป็นอย่างดีว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7
ของโลกเปรียบ
เสมือนวิมานแห่งเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้บนโลกมนุษย์ เริ่มสร้างในคริสตศตวรรษที่ 12
ประมาณ 800 กว่าปี พื้นที่ 1,250 ไร่ เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ขนาดใหญ่
ซึ่งเริ่มสร้างโดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2
เป็นปราสาทหินที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 เป็นนฤมิตกรรมทางสถาปัตยกรรม ซึ่งไม่มีสิ่งก่อสร้างอื่นใดที่สร้างมาแล้วหรือที่จะสร้างต่อไปในโลกเสมอเหมือนได้ ชมภาพแกะสลักสูง 2
เมตร ความยาว 600
เมตร
ซึ่งมีความงดงามตระการตา
และภาพแกะสลักอื่น ๆ เช่น
ภาพนางอัปสรอวดทรวดทรงอ่อนช้อย
ถึง 1,635 องค์ ภาพนูนต่ำการกวนเกษียรสมุทร
ภาพเรื่องมหาภารตยุทธ์เรื่องรามเกียรติ์ ภาพการยกทัพของกษัตริย์ขอม/เขมร ภาพทหารของกองทัพแห่งกรุงสยามหรือที่เรียกว่า เสียมกุก
และชมความงามของปราสาททรงดอกบัวตูมทั้ง 5
ยอด
ที่เต็มไปด้วยมนต์ขลังแห่งความลึกลับ
17.00
น.
นำคณะขึ้นเขาพนมบาเค็ง หรือวนัมกันดาล
ที่ตั้งของปราสาทพนมบาเค็ง
ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์กลางแห่งอำนาจของเมือง ยโสธรปุระ ในรัชสมัยของพระเจ้ายโศวรมันที่ 1 เพื่อบันทึกภาพพระอาทิตย์อัศดงเหนือบารายตะวันตกที่สวยงามจากยอดปราสาทพนมบาเค็ง
ท่านสามารถมองเห็นเมืองพระนครในบรรยากาศอร่ามเป็นสีทองงดงามดังเมืองเนรมิต
18.30 น.
รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารแม่โขง เพลิดเพลินกับอาหารแบบบุฟเฟ่หลาก หลายรสเลิศจนท่านลืมอิ่ม และชมการแสดงดนตรีนาฏศิลป์ อัปสรา การแสดงพื้นบ้านของกัมพูชา
20.00 น.
กลับเข้าโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย
07.00 น. รับประทานอาหารเช้า ณ
โรงแรมนำสัมภาระออกจากที่พัก
07.30 น. เลือกซื้อของที่ระลึกติดไม้ติดมือกลับบ้านที่ตลาดต้นโพธิ์
10.00 น. เดินทางกลับสู่ช่องชงำ
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านกบาลสเปียน
15.30 น. ถึงด่านช่องชงำ โดยสวัสดิภาพ ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารที่จุดผ่านแดน
17.30 น. ถึงโรงแรมสุรินทร์มาเจสติก
จังหวัดสุรินทร์
³³³³³³³³³³³³³³³³³³
วิทยากร ดร.ชาญวิทย์
เกษตรศิริ
ผศ.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
อ.สมฤทธิ์
ลือชัย
อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ
รับจำนวนจำกัด 60 ท่าน
ค่าลงทะเบียนภาคสนาม ท่านละ 8,900 บาท (ห้องพัก 2 ท่าน)
การชำระเงิน นำเงินฝากเข้าบัญชีออมทรัพย์ ในนาม สัมมนาประจำปี ธนาคารกรุงไทย จำกัด
สาขาย่อยพรานนก เลขที่ 196-0-03953-9 หลังการโอนเงินกรุณาส่งสำเนามาที่
โทรสาร
02-433-8713
เอกสารขอวีซ่า ขอให้ส่งภายในวันที่
18 เมษายน 2550 (กรุณาส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน)
1. หนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) อายุไม่ต่ำกว่า 6
เดือน นับจากวันเดินทาง
2. รูปถ่ายหน้าตรง 1
นิ้ว 2 รูป
3. ในวันเดินทางให้นำบัตรประจำตัวประชาชนติดตัวมาด้วย
อัตราค่าบริการรวม :
-
ค่าวีซ่าเข้าประเทศ
-
ค่าอาหารตามรายการ
-
ค่ารถปรับอากาศนำเที่ยวตลอดการเดินทางในกัมพูชา
-
ค่าที่พักตามรายการยกเว้นมินิบาร์ (สองคนต่อหนึ่งห้อง)
-
ค่ามัคคุเทศก์ผู้ชำนาญงาน
-
ค่าธรรมเนียมเข้าชมสถานที่ต่าง ๆ
-
ค่าน้ำดื่ม และผ้าเย็นตลอดการเดินทาง
-
ค่าบริการ
-
ค่าประกันอุบัติเหตุ ภายในระยะเวลาการเดินทาง
ติดต่อสอบถาม
และส่งเอกสารที่
คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
413/38 ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
โทร.
02-424-5768 , 02-433-8713 (โทรสาร)
e-mail :
kitsunee_tai@yahoo.com
จัดโดย บริษัท Angkor Welcome
ใบอนุญาตเลขที่ MOT
ข799
การเปลี่ยนแปลงรายการ
การเดินทางอาจมีปัญหาเฉพาะหน้าเกิดขึ้น
ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายการตามความจำเป็นและเหมาะสม
แต่จะรักษาผลประโยชน์ของท่านตามสิทธิ์ที่มี
และจะแจ้งให้ผู้เดินทางทราบก่อนทุกครั้ง