|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
โครงการอบรมเกียรติบัตร
อยุธยาศึกษา:
ศรีเทพ ละโว้ อโยธยา เรื่องของสามนคร ตลาดวิชาสำหรับครูอาจารย์
และ/หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา
รุ่นที่ 6/2553
วันพฤหัสบดี 22 และ
วันศุกร์ 23 เมษายน 2553
จัดโดย
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
ร่วมกับ
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
สถาบันอยุธยาศึกษา
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
ªªªªªªªªªªªªªªªªªªªªªªªª
ผู้ดำเนินโครงการ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์
413/38 ถ.อรุณอมรินทร์ 37 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700
โทร 0-2424-5768,
0-2433-8713
สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
ผู้สนับสนุนโครงการ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
ลักษณะโครงการ : โครงการอบรมมีใบประกาศ เกียรติบัตร อยุธยาศึกษา:
ศรีเทพ ละโว้ อโยธยา เรื่องของสามนคร
ตลาดวิชาสำหรับครู-อาจารย์
ระยะเวลาการอบรม : 2
วัน 1 คืน (วันพฤหัสบดี 22
และวันศุกร์ 23 เมษายน 2553)
สถานที่การอบรม : พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี เพชรบูรณ์ (ทั้งบรรยายและภาคสนาม)
วิทยากร :
1. ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
2.
อ. ทรงยศ แววหงษ์
เป็นนักสังคมศาสตร์ เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การท่องเที่ยว
เป็นผู้ทรงคุณวุฒิประจำโครงการอบรมมัคคุเทศก์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตอนุกรรมการด้านการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำ
ภาค
วิชาสังคมศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นหนึ่งในคณะทำงานหนังสือ อยุธยา
:
Discovering
3.
อ. สมฤทธิ์
ลือชัย
เป็นนักวิชาการอิสระ เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน
และด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จบการศึกษาระดับปริญญา
โทด้านรัฐศาสตร์
และปริญญาโทด้านวารสารและสื่อมวลชน เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์
เป็นมัคคุเทศก์ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในคณะทำงานหนังสือ อยุธยา
:
Discovering
4.
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์
เพชรเลิศอนันต์
เป็นนักประวัติศาสตร์ เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย
เคยเป็นวิทยากรประจำรายการของวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พาเที่ยวทั่วไทย
(F.M.92 A.M.1161 ปี 2538-2546) เป็นวิทยากรประจำโครงการอบรมมัคคุเทศก์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
เป็นหนึ่งในคณะทำงานหนังสือ
อยุธยา
:
Discovering
5. อ.ภูธร ภูมะธน
อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีลพบุรี
ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ด้านศิลปวัฒนธรรมจังหวัด
ลพบุรี เป็นผู้เขียนวารสารเรื่อง โกษาปาน : ราชทูตผู้กู้แผ่นดิน , การสร้างเมืองลพบุรีให้เป็นราชธานีชั้นใน ในรัฐกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้า
อยู่หัว ,ความสำคัญของคูเมือง คันดิน กำแพงเมืองลพบุรี
: ปัญหาการบุกรุกทำลายและ
แนวทางแก้ไข
,พระพุทธเจ้าหลวงกับเมืองลพบุรี (ร.5 เสด็จประพาสลพบุรี 5 ครั้ง)
6. อ.พันทิพา มาลา
ผู้อำนวยการสถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ
และศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ กรรมการบริหารจัดการ กำกับ
ควบคุมดูแลนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา
หลักการและเหตุผล
ราชอาณาจักรอยุธยา
ซึ่งเป็นอาณาจักรที่มีช่วงเวลาถึง 417 ปี ระหว่าง พ.ศ.1893-2310 นั้น ไม่เพียงที่จะมีความสำคัญ
ในอดีตเท่านั้น
หากยังดำรงความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะของการเป็นบทศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจต่อภูมิหลังประวัติ
ของไทย
ในด้านสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง และความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ดังนั้น การศึกษาเรื่องของราชอาณา
จักรอยุธยา
จึงไม่เป็นเพียงการศึกษาเรื่องของอดีตเท่านั้น
หากทว่ายังเป็นการศึกษาเรื่องเพื่อความเข้าใจในด้านต่างๆ ของสังคม
ไทยในปัจจุบันอีกด้วย
อยุธยาศึกษา ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา
ได้มีความก้าวหน้าของการศึกษาค้นคว้าในหลากด้านด้วยกัน ทั้งวิธีการศึกษา
และเนื้อหาของการศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา
จากสภาพการณ์ดังกล่าว มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับ
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
และสถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา จึงเห็นว่า ควรที่จะได้มีการจัด
อบรม
อยุธยาศึกษา สำหรับครู-อาจารย์
หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนความก้าวหน้า
ขององค์ความรู้ให้แพร่กระจายมากขึ้น
และเพื่อสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ
วัฒนธรรม
ความเชื่อและศาสนา
โดยเป็นการอบรมในรูปแบบที่กระชับและเชิงการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อที่ครู-อาจารย์ผู้เข้าอบรม
นั้น
อาจสามารถนำวิธีการดังกล่าวไปปรับใช้ในการเรียนการสอนในวิชาด้านต่างๆ ได้
วัตถุประสงค์
1. เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนความก้าวหน้าขององค์ความรู้เกี่ยวกับ
อยุธยาศึกษา
2.
เพื่อให้ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้เข้าร่วมศึกษาและตระหนักถึงความสำคัญของ
อยุธยา
ศึกษา มากยิ่งขึ้น
3.
เพื่อพัฒนาการศึกษาด้าน
อยุธยาศึกษา
ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ
4.
เพื่อสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ
วัฒนธรรม ความเชื่อและศาสนา
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.
ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้รับรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการศึกษาเรื่องอยุธยา
2.
ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้ตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์อยุธยามากยิ่งขึ้น
3.
ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยานำความรู้และวิธีการที่ได้รับไปปรับใช้ในการเรียนการสอน
ในสถาบันการศึกษาของตน
4.
ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้สร้างเสริมทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมไทย
และสังคมโลก
จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม
:
จำกัดจำนวน 80 คน
ผู้มีสิทธิสมัคร
:
1. เป็นครู-อาจารย์ในทุกสถาบันการศึกษา ที่สอนด้านสังคมศึกษา
หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา
2. สมัครได้สถาบันละ 2 คน หากสมัครเกิน ผู้จัดอบรมขอสงวนสิทธิ์ในการตัดชื่อออก
ค่าใช้จ่ายในการสมัคร
:
1.
ผู้สมัครจ่ายท่านละ
2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) เพื่อเป็นใช้จ่ายบางส่วน และค่าเอกสารประกอบการอบรม
(ฝ่ายผู้จัดอบรมจะแจ้งวิธีการจ่ายค่าเอกสารเฉพาะผู้ที่สามารถสมัครเข้าร่วมอบรมได้
และมีใบเสร็จรับเงินให้)
2. ค่าใช้จ่ายในการอบรมตามรายการอบรมที่แนบมานั้น เป็นการดูแลโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และ
มนุษยศาสตร์ และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย
3. ค่าใช้จ่ายที่ผู้เข้าอบรมดูแลรับผิดชอบตนเอง
คือ ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางมายังที่อบรม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ
ที่นอกเหนือรายการ
เช่น ค่าเครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีดในโรงแรมที่พัก
วิธีการในการสมัคร
:
1. มูลนิธิโครงการตำราฯ จะเปิดรับสมัครทางโทรศัพท์
หมายเลข 0-2424-5768
, 0-2433-8713
2. รับสมัครระหว่างวันที่ 15
มีนาคม
- 16 เมษายน 2553 เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ โดยจะปิดรับสมัครเมื่อจำนวนครบ 80 คน
3. ผู้ยื่นขอสมัครเมื่อโทรสมัครมายังมูลนิธิฯ
เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนการปฏิบัติและวิธีการจ่ายเงินค่าเอกสาร
4.
ผู้สมัครที่ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอน
และมีเอกสารการจ่ายเงินอยู่ที่มูลนิธิฯ คือผู้ที่ได้เข้าร่วมการอบรม
หมายเหตุ : ผู้ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้
หากไม่เข้าร่วมอบรมตามวันเวลาดังกล่าว โดยไม่แจ้งเหตุผลที่พอเพียง อัน
เท่ากับเป็นการรอนสิทธิของผู้สมัครและของสถาบันการศึกษาอื่นๆ
นั้น ทางผู้จัดฯขอสงวนสิทธิ์ในการตัดชื่อหน่วยงานและ
สถาบันการศึกษาของท่านออกจากบัญชีการติดต่อเพื่ออบรมอื่นๆ
ในครั้งต่อไป
ข้อตกลงเบื้องต้นของผู้เข้าอบรม
:
1. ผู้เข้าอบรมต้องอยู่ร่วมกับคณะอบรมตลอดรายการอบรม
2 วัน 1 คืน
2. ผู้เข้าอบรมต้องพร้อมต่อการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งการเขียน
การนำเสนอ ในห้องบรรยาย และในภาคสนาม
3.
ผู้เข้าอบรมพึงพร้อมต่อการแนะนำตนเองต่อสมาชิกผู้เข้าอบรมคนอื่น
เพื่อการสร้างเครือข่าย อยุธยาศึกษา
ต่อไปใน
อนาคต
การแต่งกาย
:
แต่งกายสุภาพ
สะดวกต่อการเดินในการศึกษาภาคสนาม ควรเตรียมหมวกและร่มมาด้วย
การเดินทางไปยังสถานที่อบรม
:
สถานที่เปิดการอบรม
คือ สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา
จ.พระนครศรีอยุธยา
1.
เดินทางไปกลับด้วยตนเอง หรือ
2. มีรถรับ-ส่งที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร
ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ (วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน 2553
รถออกเวลา 06.30 น.
กลับมาถึงวันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2553 เวลา 19.00 น.)
กำหนดการอบรม
อยุธยาศึกษา : ศรีเทพ
ละโว้ อโยธยา เรื่องของสามนคร
พฤหัสบดี -ศุกร์ 22 23 เมษายน 2553
วิทยากร: ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อ.ทรงยศ แววหงษ์ อ.ภูธร ภูมะธน อ.สมฤทธิ์ ลือชัย
ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์
เพชรเลิศอนันต์ อ.พันทิพา มาลา
พฤหัสบดีที่ 22
เมษายน 2553
กรุงเทพ อยุธยา
ศรีเทพ (เพชรบูรณ์)
06.30 น. พร้อมกันที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เขตตลิ่งชัน ธนบุรี
07.00 น. ออกเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยรถบัสปรับอากาศ
08.30 น. เดินทางถึง
สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
บริการอาหารว่าง
- กล่าวต้อนรับ โดย ดร.บูรพาทิศ พลอยสุวรรณ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา
- กล่าวเปิดงาน โดย
พล ต.อ.เภา
สารสิน ประธานมูลนิธิโตโยต้า หรือ ผู้แทน
อภิปราย อยุธยาศึกษา :
ศรีเทพ ละโว้ อโยธยา:
เรื่องของสามนคร
โดย - ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ - นายก
อบจ.พระนครศรีอยุธยา หรือผู้แทน
- อ.พันทิพา มาลา -. อ.สมฤทธิ์ ลือชัย ดำเนินรายการ
10.0011.30 น. ออกภาคสนาม
หมู่บ้านญี่ปุ่น
ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายจำนวนมาก
ญี่ปุ่นเป็นชนชาติหนึ่งที่เดิน
ทางเข้ามาในสมัยนั้น
เมื่อทางการญี่ปุ่นอนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นค้าขายกับชาวต่างชาติได้โดยให้
มีหัวหน้าปกครองในกลุ่มตน
นับแต่นั้นมาชาวญี่ปุ่นก็เข้ามาอาศัยในกรุงศรีอยุธยามากขึ้น หัวหน้า
ชาวญี่ปุ่นในขณะนั้นคือ
นากามาซา ยามาดา เป็นผู้มีอำนาจ และเป็นที่โปรดปรานของสมเด็จ
พระเจ้าทรงธรรม
จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุขรับราชการต่อมา จนได้รับแต่งตั้งให้เป็น
เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
จนสิ้นชีวิตลงที่นั่น
11.3013.00 น. หมู่บ้านโปรตุเกส
ชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี
พ.ศ.
2054 โดยอัล
ฟองโซ เดอ
อัลบูเคอร์ก ผู้สำเร็จราชการของโปรตุเกส ประจำเอเซีย ได้ส่งนายดูอาร์เต้
เฟอร์นันเดส
เป็นทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่
2 แห่งกรุงศรีอยุธยา ชาวโปรตุเกสเข้ามา
ตั้งหลักแหล่งค้าขายและเป็นทหารอาสาในกองทัพกรุงศรีอยุธยา
สร้างโบสถ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่ศาสนา
และเป็นศูนย์กลางของชุมชน
ปัจจุบันบริเวณนี้ยังมีร่องรอยซากสิ่งก่อสร้างปรากฏให้เห็น คือ
โบราณสถานซานเปโตร หรือเรียกในสมัยอยุธยาว่าโบสถ์เซนต์โดมินิค
เป็นโบสถ์ในคณะโดมินิกัน
รับประทานอาหารกลางวัน
บริเวณริมน้ำหมู่บ้านโปรตุเกส
13.00 น. ออกเดินทางไปยังจังหวัดเพชรบูรณ์
15.30 น. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ
ศึกษาโบราณสถานต่างๆ ในเมืองศรีเทพ
ซึ่งมีผังเมืองคล้ายเมืองแฝดสองเมืองตั้งอยู่คู่กัน
(คือมีคูน้ำและคันดินซึ่งคือกำแพงเมืองนั้นเอง)
เป็นผลงานของสองกลุ่มวัฒนธรรมโบราณที่เจริญ
คาบเกี่ยวกันคือ
สมัย (มอญ) ทวารวดีและ(ขอม/ขะแมร์) สมัยลพบุรีโดยเมืองแฝดทั้งสองนั้นแบ่ง
เป็น
เมืองใน กับ เมืองนอก เราจะเข้าชมอย่างใกล้ชิดทั้งสองเมืองโดยชมปรางค์ศรีเทพ ซึ่งถือ
เป็นโบราณสถานหลักของเมือง
มีขนาดใหญ่สร้างด้วยอิฐและศิลาแลง มีรูปแบบคล้ายกับศิลปะ
กรรมลพบุรีคือได้รับอิทธิพลจากขอม/ขะแมร์
และตัวปรางค์นี้มีทรวดทรงคล้ายกับปรางค์ที่
กัมพูชามาก
จากนั้นชมปรางค์สองพี่น้อง (ชื่อที่ชาวบ้านเรียก) เป็นอาคารก่ออิฐขนาดใหญ่
สององค์ตั้งคู่เคียงกันบนศิลาแลงขนาดใหญ่ร่วมกันและมีรูปแบบตามแบบศิลปะขะแมร์สมัย
บาปวน
(พ.ศ.1550-1650) ต่อกันแบบนครวัดตอนต้น (พ.ศ.1650-1700) ชมลายปูนปั้นประดับ
ฐานอาคารที่เป็นผลงานขอศิลปินเมื่อเกือบพันปีที่ผ่านมา
จากนั้นชมโบราณสถานเขาคลังใน
ซึ่งมีหลายท่านสันนิษฐานว่าเคยเป็นที่เก็บอาวุธและทรัพย์สมบัติในสมัยโบราณ
แล้วเดินทาง
ไปชมสระปรางค์
ซึ่งเป็นสระน้ำโบราณเคยมีชื่อเสียงว่าน้ำจากสระนี้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ สระนี้ตั้ง
อยู่ใกล้กับปรางค์หลักของเมืองคือปรางค์ศรีเทพ
ดังนั้น น้ำในสระนี้จึงถูกนำมาใช้ประกอบ
พิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาตลอดมา
แล้วท่านจะได้ชมแนวกำแพงเมือง
ซึ่งยังคง
ปรากฏอยู่อย่างเด่นชัดเป็นกำแพงดินสูงเป็นสันวนรอบเมือง
และมีแนวคูเมืองทอดวนขนาน
กันไปกับคันดินโดยตลอด
17.30 น. เข้าที่พัก โรงแรมต้นปาล์มอินน์ และ รับประทานอาหารเย็น
20.00-21.00 น. ชมสารคดี
3 กรุงศรี และ อภิปราย
โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ - อ.ทรงยศ แววหงษ์ - ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
-. อ.สมฤทธิ์
ลือชัย ดำเนินรายการ
ศุกร์ที่
23 เมษายน 2553 ลพบุรี กรุงเทพฯ
07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมต้นปาล์มอินน์
08.00 น. ออกเดินทางไปจังหวัดลพบุรี
10.00 น. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
สมเด็จพระนารายณ์
พระนารายณ์ราชนิเวศน์
ซึ่งเป็นพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
กษัตริย์แห่งอยุธยา
ทรงสร้างไว้เป็นเสมือนราชธานีแห่งที่
2 และโปรดที่จะเสด็จมาประทับเป็นเวลานานๆ ในแต่ละ
ปีจะไปประทับอยู่
ณ พระราชวังแห่งนี้หลายเดือน ณ
พระราชวังแห่งนี้พระที่นั่งที่ทรงใช้เป็น
ท้องพระโรงนั้น
มีฝาผนังที่ตกแต่งด้วยกระจกเงาทั้งผนังจากฝรั่งเศส
ทรงได้ใช้ต้อนรับคณะทูต
ชมประตูพระราชวัง ที่ออกญาวิชเยนทร์ถูกล้อมจับ
และตกจากเสลี่ยงขณะที่จะเข้าเฝ้าระหว่าง
การผลัดแผ่นดิน
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
โรงแรมลพบุรี อินน์ รีสอร์ท
13.30 น. ผู้เข้าอบรมระดมสมองกลุ่มย่อย
(8 กลุ่ม) แนวทางแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของอยุธยาศึกษาใน
สถาบันการศึกษา
ตัวแทนแต่ละกลุ่มนำเสนอประเด็นกลุ่มละ
5 นาที
ดำเนินรายการโดย ผศ. ดร.
ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์
16.00 น.
เดินทางกลับกรุงเทพฯ
19.00 น.
ถึงศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เขตตลิ่งชัน ธนบุรี โดยสวัสดิภาพ