งานสัมมนาวิชาการ-Seminar

รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน

Nation-states and Their Borders: Conflicts and Resolutions

ศุกร์  27 พฤศจิกายน 2552 Fr. 27 November 2009

ณ หอประชุมใหญ่  ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร  ตลิ่งชัน กรุงเทพ

Princess Sirindhorn Anthropology Center, Bangkok

คลิกที่นี่ เพื่อดาวน์โหลดรายละเอียดและใบสมัคร

ความเป็นมา

ในปัจจุบันองค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องรัฐชาติและปัญหาพรมแดนของประเทศในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ทั้งในมิติด้านการเมือง สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ยังคงจำกัดอยู่ในวงวิชาการเป็นส่วนใหญ่ โดยที่ความเป็นจริงแล้วปัญหาเรื่องรัฐชาติและพรมแดนนั้นเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและมีผลกระทบที่สำคัญต่อผู้คนจำนวนมาก ทั้งผู้ซึ่งมีวิถีชีวิตที่สัมพันธ์และเกี่ยวโยงกับพรมแดนรัฐชาติ และผู้คนในส่วนกลาง

นับตั้งแต่การก่อกำเนิดของรัฐชาติของบรรดาประเทศในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ที่นำไปสู่การขีดเส้นพรมแดนและแบ่งเขตการปกครองโดยศูนย์กลาง ได้ทำให้พื้นที่จำนวนมากในประชาคมแห่งนี้กลายเป็นชายขอบ เป็นกันชน เป็นพื้นที่ความรุนแรง และเป็นพื้นที่ที่แบ่งแยกผู้คนที่สังกัดชาติพันธุ์เดียวกันให้ออกจากกัน หลายพื้นที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ เป็นชนวนเพื่อสร้างความขัดแย้งและต่อมาก็ถูกพัฒนาให้กลายเป็นเงื่อนไขต่อรองทั้งทางการเมืองและทางเศรษฐกิจทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ในหลายกรณีการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องพรมแดนนั้น จบลงด้วยการใช้ความรุนแรง ซึ่งนอกจากจะขาดทั้งมิติความเข้าใจในลักษณะของพื้นที่นั้นๆและความเข้าใจในภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของชุมชนในบริเวณดังกล่าวแล้ว  ในหลายกรณีปัญหาข้อพิพาทยังมิได้ถูกแก้ไขให้ตรงจุดเพื่อลดความขัดแย้ง  แต่ในทางตรงกันข้าม ปัญหาเหล่านั้นกลับถูกเพิกฉาย จนทำให้เรื่องราวต่างๆ ซับซ้อนและยากต่อการแก้ไขเพื่อให้เกิดความพึงพอใจต่อสิ่งที่เรียกว่า "ผลประโยชน์แห่งชาติ"

พื้นที่กว่า 4,523,000  ตารางกิโลกเมตร ประชากรกว่า 568,300,000 คน ในอาณาบริเวณของ 10 ประเทศที่สังกัดประชาคมแห่งนี้ ยังต้องการความเข้าใจที่รอบด้านและทัศนคติที่เป็นบวกที่จะทำให้เกิดทัศนคติที่ว่า ความเป็นประชาคมของภูมิภาคนั้นอยู่  จำต้องอยู่เหนือข้อจำกัดเรื่องพรมแดนของผู้คนที่สังกัดในแต่ละรัฐชาติ และการแก้ไขปัญหาต่างๆจำต้องอาศัยกลไกของความเป็นประชาคมเข้ามาไกล่เกลี่ย

            ด้วยเหตุนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยและประเทศต่างๆ ในประชาคมแห่งนี้ จะต้องสร้างองค์ความรู้และเพิ่มเติมความเข้าใจอันดีต่อปัญหาพรมแดนรัฐชาติของประเทศในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ทั้งนี้ก็เพื่อการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างสันติภาพให้บังเกิดขึ้นในประชาคมแห่งนี้ อันเป็นเป้าหมายที่สำคัญยิ่งของปณิธานการสร้างประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

การสัมมนาครั้งนี้ เป็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือในวงวิชาการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยความริเริ่มของสถาบัน มูลนิธิ และองค์กรต่างๆ ทางด้านวิชาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และ ได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย   กับ  บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ส่งเสริมและให้การสนับสนุนการศึกษาการวิจัยเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน   เพื่อขยายพรมแดนความรู้และสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษาแก่คนและสังคมไทยให้เป็นสังคมที่อุดมไปด้วยปัญญา  ดังพุทธภาษิตที่ว่า   “นตถิ ปญญา สมาอาภา” แสงสว่าง เสมอด้วยปัญญา ไม่มี

วัตถุประสงค์

1.               เพื่อส่งเสริมการศึกษา ค้นคว้า และเผยแพร่ข้อมูลองค์ความรู้เกี่ยวกับปัญหารัฐชาติและพรมแดนในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)ในมิติต่าง ๆ ทางด้านประวัติศาสตร์  สังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม 

2.               เพื่อกระตุ้นให้มีการนำเอาความรู้และความเข้าใจที่ได้ ไปปรับใช้ให้เอื้อต่อการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

3.               เพื่อมุ่งสร้างคุณค่าและองค์ความรู้ความเข้าใจในเรื่องพรมแดนระหว่างประเทศในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)เพื่อเท่าทันต่อการแก้ไขปัญหาและลดความขัดแย้งกัน

ระยะเวลาของการสัมมนา                    วันศุกร์ที่  27  พฤศจิกายน  2552

ผู้เข้าร่วมสัมมนา                                    ครู-อาจารย์ นักเรียน นิสิต นักศึกษา และบุคคลทั่วไป 400 คน

ลงทะเบียนสัมมนาท่านละ                   500 บาท (เป็นค่าเอกสารประกอบการสัมมนา อาหารว่างและกลางวัน)                                                                                                                                                                              

                                                                300 บาท*  สำหรับ นักเรียน / นิสิต / นักศึกษา ระดับปริญญาตรี

ลงทะเบียนภาคสนามท่านละ               25,500 บาท  

สถานที่จัดสัมมนา                                                หอประชุมใหญ่  ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร  ตลิ่งชัน กรุงเทพ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

·        เกิดความเคลื่อนไหวและตื่นตัวในวงวิชาการเกี่ยวกับในด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง ไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

·        สนับสนุนให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่างๆ เกี่ยวกับปัญหารัฐชาติและพรมแดนในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

·        ทัศนคติที่ดีและความเข้าใจเชิงบวกในเรื่องพรมแดนระหว่างประเทศในประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

ติดต่อสอบถามที่   มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

                                                413/38 .อรุณอัมรินทร์ 37 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย  กรุงเทพฯ 10700

                                                โทร. 02-424-5768, 02-433-8713 (โทร./โทรสาร)

                                                E-mail: kitsunee_tai@yahoo.com

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่    www.textbooksproject.com / www.seas.arts.tu.ac.th          

 

กำหนดการสัมมนาวิชาการ

08.00 – 09.00              ลงทะเบียน

09.00 – 09.15              เปิดการสัมมนาโดย พล.ต.อ.เภา สารสิน ประธานกรรมการมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

09.15 – 10.00              ปาฐกถา โดย ดร.สุรินทร์   พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน

10.00 – 10.30              พักรับประทานอาหารว่าง

10.30 – 12.30              อภิปราย “รัฐชาติ – พรมแดน: ความขัดแย้งและข้อยุติ บนเส้นทางสันติภาพอาเซียน”

โดย      รศ.ดร.สุรชาติ  บำรุงสุข

                                    ดร.ยุกติ            มุกดาวิจิตร

                                    คุณสุภลักษณ์ กาญจนขุนดี

                                    ดร.ศรีประภา   เพชรมีศรี    ดำเนินรายการ

12.30 – 13.30              พักรับประทานอาหารกลางวัน

13.30 – 16.00              แบ่งห้องสัมมนา

                        ห้องที่  1          สำรวจชายแดนไทยกับเพื่อนบ้าน Asean อุษาคเนย์

                                     โดย     อ.สมฤทธิ์        ลือชัย

                                                ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์  เพชรเลิศอนันต์

                                                อ.อัครพงษ์       ค่ำคูณ

                                                รศ.ฉลอง          สุนทราวาณิชย์

                                                รศ.อุบลรัตน์    ศิริยุวศักดิ์        ดำเนินรายการ

                        ห้องที่  2          ศึกษาเปรียบเทียบปัญหา / ทางออกพรมแดน

                                     อินโด / มาเลเซีย                      อ.สิทธา เลิศไพบูลย์ศิริ

                                     สิงคโปร์ / มาเลเซีย                 ดร.พวงทอง     ภวัครพันธุ์

 ไทย / กัมพูชา             ดร.ชาญวิทย์    เกษตรศิริ

                                     ฝรั่งเศส / เยอรมนี                   ดร.มรกต เจวจินดา ไมยเออร์

                                     ดำเนินรายการ                        ดร.วีระ            สมบูรณ์

                        ห้องที่ 3   เสนอรายงานของนักวิชาการรุ่นใหม่

                                    - ความขัดแย้งไทยลาวบ้านร่มเกล้าในทัศนะหนังสือพิมพ์ลาว

    โดย    คุณวิศวมาศ   ปาละสาร

                                    - การผลิตความหมาย “พื้นที่ประเทศไทย” ในยุคพัฒนา (2500 – 2509)

     โดย   คุณภิญญพันธุ์           พจนะลาวัณย์

- อาณาเขตทางทะเล

      โดย  อ.กวีพล        สว่างแผ้ว

- นักวิชาการรุ่นใหม่ ชาวกัมพูชา                                            

อ.ทรงยศ          แววหงษ์                      ดำเนินรายการ

16.00 – 16.30              ปัจฉิมกถา โดย   อ.วีระ   ธีรภัทรานนท์ *

16.30 – 17.30          งานเลี้ยงรับรอง  

ª    ฟังการขับร้องเพลงประสานเสียง เพื่อนบ้านของเราในอุษาคเนย์ / อาเซียน   

      ª    ชมงิ้วธรรมศาสตร์จูเนียร์  สมานฉันท์เพื่อนบ้านอาเซียน  

      ª    อภินันทนาการหนังสือประจำปี

พิธีกร               อ.สมฤทธิ์   ลือชัย

จัดโดย             มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์, มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย, บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

 

* อยู่ระหว่างการทาบทาม

กำหนดการภาคสนาม

Unseen Vietnam-Funan-Champa

ฟูนัน-ออกแก้ว-บันทายมาศ/ฮาเตียน-จามปาใต้-โพนาการ์-โพกลงกะไร

Funan-Oc Eo-Ha Tien-Champa-Nha Trang-Po Nagar-Po Klong Garai

(6 วัน/D 5 คืน/N) เดินทางโดย AF (Air France)

28 พฤศจิกายน/Nov-3 ธันวาคม/Dec2552/2009

วิทยากรท้องถิ่น และวิทยากรพิเศษ

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และคณะฯ

รายได้สบทบทุนกิจกรรมวิชาการ และกองทุน ๑๐ ปีอุษาคเนย์ศึกษา

           

วันเสาร์ที่  28 พ.ย.  Bangkok/กรุงเทพ-โฮจิมินห์ /HoChiMinh–ญาจาง /  Nha Trang)

                               

  • 11.00 น. พบกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ (หนองงูเห่า)

        เคาเตอร์เช็คอินสายการบิน   Air France

  • ออกเดินทางโดย AF 164 เครื่องขึ้นเวลา 13.15 น.
  • 14.50 น. มาถึงสนามบิน Tan San Nhat นครโฮจิมินห์ (ไซง่อน) เวียดนามใต้ เมืองท่าสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศเวียดนาม ที่ซึ่งตึกระฟ้าใหม่เอี่ยมตั้งตระหง่านอยู่เหนือบ้านทรงฝรั่งเศสสมัยอาณานิคม ตึกสูงใหญ่ในสไตล์รัสเซียตั้งอยู่เคียงข้างเจดีย์โบราณ หญิงสาวในชุดประจำชาติกำลังใช้โทรศัพท์มือถือ ในขณะที่รถแท็กซี่รุ่นเก่าเบียดเสียดกับรถเก๋ง BMW

       รุ่นใหม่ล่าสุดบนท้องถนน

  • เดินทางต่อด้วยสายการบินภายในประเทศ เวียดนามแอร์ไลน์ เที่ยวบิน   

      VN 456 เวลา 17.10 น. เพื่อไปยังสนามบินใหม่ Cam Ranh ฐานทัพเรือเก่า  

      ของอเมริกัน ณ เมือง ญา จาง (จารึก Vo Canh ของจามปา อักษรปัลลาวะ

      เก่าสุดของอุษาคเนย์ ค้นพบ ณ เมืองนี้) เมืองที่เต็มไปด้วยสีสันละลานตา  

      ล้อมรอบด้วยเนินเขาเขียวขจี

  • แวะหาดทรายสีทองและทะเลสีฟ้าสด ทุกแห่งหนเต็มไปด้วยสีสัน ไม่ว่าจะเป็นสีเหลืองสดของตึกทรงยุโรปในยุคอาณานิคม สีแดงเจิดจ้าของดอกกุหลาบไฟ สลับสี และสีสันแสบตาของลูกโป่งและร่มกันแดดตามชายหาด
  • รับประทานอาหารค่ำ   อาหารซีฟู้ดขึ้นชื่อเมืองญาจาง อาหารทะเลสดๆ คุณภาพดี น้ำจิ้มรสเด็ดในสไตล์เวียดนาม
  • เข้าเช็คอินโรงแรมย่านใจกลางเมือง ที่ซึ่งท่านสามารถเดินเล่น ชมสีสันยามค่ำคืนของนครญาจราง ริมหาดยาวกว่า 10 กม.

 

วันอาทิตย์ที่  29 พ.ย.   ญา จาง/Nha Trang – มหานครโฮจิมินห์ (ไซง่อน)

 

  • หลังรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม    ออกเดินทางสู่เทวาลัยเจ้าแม่

       PO NAGAR (พระอุมาชายาของพระศิวะ) แห่งอาณาจักรจามปาใต้ ชม     

      โบราณสถานเก่าแก่ อันเป็นหลักฐานยืนยันในเรื่องของศาสนาพราหมณ์

       และการมีอยู่ของอาณาจักรจามปา อารยธรรมเริ่มแรกของอุษาคเนย์ ร่วม 

      สมัยกับมอญ-ขะแมร์ (สมัยฟูนัน) ชนชาติจามเป็นหนึ่งในกลุ่มภาษา

      Austronesian เป็นเครือญาติกับมลายู อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์  วิหารนี้

     สร้างขึ้นตั้งแต่คริสตศตวรรษต้นๆ และแม้ว่าอาณาจักรจะล่มสลายถูก

     เวียดนามยึดครองเมื่อ ค.ศ. 1471 แต่ก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับความเชื่อของ  

      ศาสนาใหม่ กลายเป็นส่วนผสมของพระอุมาเทวี กับพระโพธิสัตว์กวนอิม

     กับลัทธิบูชาบรรพชน เป็นที่นับถือกราบไหว้เป็นประจำของชาวจาม ชาว

      เวียดและชาวจีน 

  • อาณาบริเวณของโบราณสถานสร้างด้วยอิฐเผา ประกอบด้วยตัวปราสาท 4 องค์

        ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา สวยงามและปราณีต แสดงออกถึงเทคนิคชั้นสูงใน

        เรื่องของการแกะสลักหินบานประตู-รูปบูชา และเทคนิคการก่อสร้างของชาวจาม

        ในศตวรรษที่ 9 พร้อมรับฟังคำบรรยายอย่างละเอียดเกี่ยวกับการเกิดขึ้น คงอยู่

         และล่มสลายของอาณาจักรโบราณแห่งนี้ ตลอดจนการเปลี่ยนไปนับถืออิสลาม

  • ชมวัด ลอง เซิน (Long Son) วัดพุทธที่ไม่เพียงมีขนาดใหญ่ที่สุด เป็นที่สักการะเคารพของชาวเมืองมากที่สุด ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด หากแต่ยังมีความงดงามที่สุด งามในด้านของการก่อสร้าง ฝีมือการแกะสลักและทำเลที่ตั้งที่มีทิวทัศน์สวยงามของหมู่เมฆ ทะเล และภูเขา เน้นให้เห็นถึงความสุขสงบ ที่นี่คุณสามารถขอพร ขอเพียงเป็นพรแห่งความดีและขอเพียงคุณเชื่อมั่น ร้อยพร หมื่นพรย่อมสมปรารถนา วัดนี้มีความสัมพันธ์อย่างดีกับเมืองไทย มีรูปเขียนที่ได้รับอิทธิพลจากพุทธประวัติ และเวสสันดรชาดก ของ ส. ธรรมภักดี
  • รับประทานอาหารมื้อเที่ยง
  • สู่เมือง ฟาน ราง (Phan Rang-Thap Cham) ระยะทางเกือบ 100 กม. รับประทานมื้อเที่ยงระหว่างทางลงใต้ ชายทะเลสวยงาม บรรยากาศทะเลจีนใต้ แล้วนำท่านเยี่ยมชมเทวาลัยจาม PO KLONG GARAI อันมีเอกลักษณ์ที่พิเศษไปกว่าเทวาลัยจามอื่นๆ เนื่องจากสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานกัน
  • ระหว่าง 3กลุ่มอารยธรรมใหญ่ที่เคยตั้งรกรากในเขตพื้นที่เวียดนามใต้แนวชายฝั่งตะวันออก คือ อารยธรรม ดง เซิน (Dong Son), อารยธรรม ซา ฮวิ่งห์ (Sa Huynh) และอารยธรรมอินเดียใต้ของทมิฬนาฏูและราชวงศ์ปัลลาวะ
  • ตัวองค์เทวาลัยมีการทำหลังคาเป็นรูปเรือคล้ายลักษณะสถาปัตยกรรมของชนชาติทมิฬนาฏูและราชวงศ์ปัลลาวะ นักวิชาการบางสำนักยังเชื่อว่าเป็นอิทธิพลปาปัวนิวกินีและชนชาติญี่ปุ่นโบราณ
  • อิสระเดินเล่น รับลมชายหาด ถ่ายภาพ บรรยากาศประทับใจก่อนเดินทางไปรับประทานอาหารเย็น
  • เดินทางสู่สนามบิน เพื่อกลับเข้าสู่มหานครโฮจิมินห์ เที่ยวบิน VN 457 เครื่องขึ้นเวลา 18.55 น.
  • ถึงมหานครโฮจิมินห์เวลา 19.50น. มหานครที่ไม่เคยหลับใหล สวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบการจับจ่ายซื้อของ เพราะที่นี่มีทั้งร้านบูติคและศูนย์การค้าที่ทันสมัยตั้งเคียงกับตลาดกลางแจ้งแบบพื้นบ้าน
  • เช็คอินเข้าโรงแรมย่านใจกลางเมือง ที่ซึ่งท่านสามารถเดินเล่น ช้อปปิ้งได้ตลอดทั้งคืน

 

วันจันทร์ที่  30 พ.ย.  โฮจิมินห์–ออกแก้ว/Oc Eo--(ลอง เซวียน/Long Xuyen)

  • หลังรับประทานอาหารเช้า  ออกเดินทางสู่จังหวัด ลอง อาน พื้นที่ซึ่งเคยเป็นอาณาจักรแห่งวัฒนธรรมออกแก้ว Oc Eo หรือ Funan ฟูนันตั้งแต่คริสต์ศตวรรษ ที่ 1 – 6
  • ชมพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัด ลอง อาน ที่ซึ่งเก็บรวบรวมวัตถุโบราณของวัฒนธรรมออกแก้ว พร้อมรับฟังคำบรรยายจากข้าราชการทางด้านโบราณคดีประจำจังหวัด
  • รับประทานมื้อเที่ยงอาหารพื้นเมือง
  • ช่วงบ่าย เดินทางเข้าสู่ที่ราบสามเหลี่ยมแม่น้ำโขง  Mekong Deltaอันเป็นแหล่งพื้นที่เพาะปลูกข้าวใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม
  • เข้าสู่จังหวัด อาน ยาง/An Giyang มุ่งสู่อำเภอ Thoai Son อันเป็นที่ขุดค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีของวัฒนธรรมออกแก้ว
  • ชมวัด Linh Son Co Tu ภายในเป็นที่ประดิษฐานรูปสลักพระนารายณ์วิษณุเทพ ตามฮินดูสไตล์และถูกแปลงให้เป็นเวียดนาม
  • ชมบริเวณ Nam Linh Son Tu สถานที่ขุดค้นพบซากเทวาลัยในสมัย

       ออกแก้ว

  • เดินทางขึ้นเขาเพื่อเข้าชมพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมรูปศิวลึงค์ (ใหญ่ที่สุดในโลก) ชมรูปแบบการก่อสร้างสุดแสน creative ของนักออกแบบเวียดนาม ภายในจัดแสดงหลักฐานทางโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับอารยธรรมออกแก้ว
  • ออกเดินทางสู่เมือง ลอง เซวียน
  • รับประทานมื้อเย็น
  • เช็คอินโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาสัย

 

วันอังคารที่ 1 ธ.ค.   ออกแก้ว  /Oc Eo (ลอง เซวียน/Long Xuyen) - เมืองแหรก หยา/                                                                      

                                Rach Gia – ฮ่าเตียน / Ha Tien

 

  • รับประทานอาหารเช้า
  • ออกเดินทางสู่เมืองแหรก หยา Rach Gia เมืองท่าประจำจังหวัด
  • ชมศาลบูชาของ Nguyen Trung Truc (เหวียนจุงจุก แซ่เดียวกับบรรดาคนไทยเชื้อสายเวียด คือ “เหวียน” ที่ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินสยามปัจจุบัน ถึงระดับ นรม.) อดีตเจ้าเมือง วีรบุรุษนักปฏิวัติต่อต้านอาณานิคมฝรั่งเศส

      นักผู้บุกเบิกแผ่นดินเมืองแหรก หยา

  • ชมวัดอุทุมมีชัย Wat Uttun Manjeay (Chau Phat Lon) วัดพุทธเถรวาทใหญ่ประจำเมืองอันมีสถาปัตยกรรมและเอกลักษณ์รูปแบบขอมเขมร Khmer Krom เข้าร่วมพิธีทำบุญเลี้ยงพระ พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ทางด้านความเชื่อและศาสนากับพระประจำวัด
  • รับประทานอาหารมื้อเที่ยง
  • ช่วงบ่าย ออกเดินทางสู่เมืองฮ่าเตียน Ha Tien (เดิมคือเมืองบันทายมาศของเขมร Banteay Meas) เมืองชายแดนติดกัมพูชาที่มีทิวทัศน์ทางทะเลอันสวยงาม ระหว่างทางชมสภาพวิถีชีวิตของชาวเวียดนามใต้    
  • ราวบ่ายสาม ถึงฮ่าเตียน   ซึ่งในอดีตเคยเป็นสมรภูมิรบแย่งชิงดินแดนของกัมพูชา โดยมหาอำนาจท้องถิ่นอุษาคเนย์ คือ ระหว่างสยาม (สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรีตากสินมหาราช) กับเวียดนาม (และเจ้าประเทศราชเมืองฮาเตียน)  พาชมตัวเมือง ดูชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมของชาวเมือง
  • ชมบริเวณสุสานของตระกูลหมัก (Mac) ตระกูลเจ้าประเทศราชผู้ซึ่งเป็นบุกเบิกแผ่นดินฮ่าเตียน และดินดอนสามเหลี่ยม (ทั้งในนามของเวียดนาม และในนามของตระกูลของตนเอง) เมื่อสามร้อยปีที่ผ่านมา
  • รับประทานอาหารเย็นพื้นเมือง(มื้อ10) พร้อมล่องเรือชมความงามของอ่าวไทย-กัมพูชา-เวียดนาม
  • เช็คอินเข้าโรงแรม พักผ่อนตามอัธยาศัย

 

  วันพุธที่ 2 ธ.ค.    ฮ่าเตียน  - โฮจิมินห์

 

  • เช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • ชมวัด ตาม บ๋าว วัดใหญ่ประจำเมืองอันเป็นที่เคารพของประชาชนชาวเมือง

        ฮ่าเตียน

  • ถ่ายรูปที่ระลึก ณ รูปปั้นนางฟ้าริมอ่าว อันเป็นสัญญลักษณ์ประจำเมือง
  • ออกเดินทางย้อนสู่เมืองแหรก หยา/Rach Gia
  • ชมวัดรัตนรังสี Wat Ratanaransi ซึ่งได้รับการก่อสร้างโดยชาวขอมเขมร Khmer Krom ที่กลายเป็นชนกลุ่มน้อยในเวียดนามใต้

 

  • รับประทานอาหารมื้อเที่ยง
  • ช่วงบ่าย ออกเดินทางกลับสู่นครโฮจิมินห์  ระหว่างทางชมการเพาะปลูกพืชสวน พืชไร่ ซื้อผลไม้อันเป็นผลผลิตของบริเวณพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้
  • ถึงโฮจิมินห์ รับประทานอาหารค่ำ(มื้อ13)
  • เช็คอินโรงแรมย่านใจกลางเมือง พักผ่อนตามอัธยาสัย

     

วันพฤหัสที่ 3 ธ.ค.    โฮจิมินห์ – กรุงเทพ

 

  • รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
  • ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ Saigon History Museum ชมหลักฐานชิ้นงามๆของอารยธรรมฟูนัน ออกแก้ว เวียดนาม จามปาและของ/เขมร ประวัติความเป็นมาแห่งพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุค Bronze  (13th Century BC) จนถึงยุคราชวงศ์ Nguyen ล่มสลาย ( mid 20th Century) 
  • ชมรูปปั้นช้างที่รัชกาลที่ 7 มอบให้แก่อินโดจีนของฝรั่งเศส ในการเสด็จประพาสอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2473 (1930)
  • ชมอนุสาวรีย์ท่านประธานโฮจิมินห์ รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ วีรบุรุษอันเป็นที่รักของประชาชน หน้าศาลากลางนครโฮจิมินห์
  • รับประทานมื้อเที่ยง อาหารพื้นเมืองเวียดนาม
  • ช่วงบ่าย ชม Presidential Palace หรือทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนามใต้ สมัยสงครามเวียดนาม สถานที่ซึ่งนับเป็นประวัติศาสตร์เกี่ยวพันถึง
  • เหตุการณ์สำคัญการรวมชาติเวียดนามเหนือ-เวียดนามใต้ เมื่อฝ่ายเวียดมินห์และเวียดกง สามารถยึดไซง่อนได้เมื่อ 30 เมษายน 1975 (2518)
  • ชมที่ทำการไปรษณีย์กลาง ตัวอาคารสวย หวาน กลิ่นอายโคโลเนียล ที่นี่ คุณสามารถส่งโปสการ์ดถึงทุกที่ได้ทั่วโลก และเพียงเดินออกมาด้านข้างคุณจะ

      ได้พบ โบสถ์นอร์ทเทรอดาม Notre Dame โบสถ์เก่าแก่ที่สุด สวยงามที่สุด  

     อีกหนึ่งสถาปัตยกรรมอันยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ 19 ตัวตึกสไตล์ neo- 

      Romanesque เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนแห่ง The Cathedral in Paris.

  • ช้อปปิ้ง ณ ตลาดเบ้น แท็งห์ Ben Thanh ตลาดค้าส่งที่หลากหลายไปด้วยสินค้าเวียดนามนานาชนิด อาทิ กระเป๋าถือสุภาพสตรี ผ้าไหมปัก รูปภาพที่ทำจากอัญมณี เสื้อผ้าชุดประจำชาติเวียดนาม รองเท้าไม้ เครื่องประดับ ขนมพื้นเมือง เครื่องเซรามิค ฯลฯ
  • รับประทานอาหารเย็น
  • ออกเดินทางสู่สนามบิน เพื่อกลับสู่ กทม.โดยสายการบิน Air France เที่ยวบิน AF 169 เครื่องขึ้นเวลา 20.25 น.
  • 21.50 น. เดินทางถึงกรุงเทพฯ (หนองงูเห่า) 

              โดยสวัสดิภาพและความประทับใจ.

 

nha trang

ญา จาง ยามสนธยา ดินแดนจามปาใต้

 

 

 

biennhatrang

หาดเมืองญาจาง

ยาวเหยียดกว่า 10 กม.

 

 

 

 

 

 

 

 

ponagar

เทวาลัย Po Nagar

เจ้าแม่พระอุมา+โพธิสัตว์

เมืองญาจาง อู่อารยธรรมจามปาใต้

 

 

longson

วัดลองเซิน ญาจาง

 

 

 

po-klaung-garai-1

Po Klong Garai

วิหาร ศ. 13 ยุคจามปารุ่งเรือง

 

 

saigon

ไซง่อนยามค่ำคืน

 

 

 

 

 

lamruong

Rice field in Mekong Delta

แหล่งในน้ำมีปลา ในนามีข้าวของดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง และ

อู่อารยธรรมฟูนัน-ออกแก้ว

 Funan-Oc Eo

 

 
 

 

 

 

 

 

 


Museum in Vietnamese - Hindu

Linga Style

พิพิธภัณฑ์เมืองออกแก้ว

และแหล่งโบราณคดีฟูนัน

 

 

ng trung truc 

Nguyen Trung Truc

วีรบุรุษตระกูลเหวียน

 

 

 

 

 

 

 

 

chua phat lon rachgia

Khmer Temple วัดขอมแขมร

ชนกลุ่มน้อยในเวียดนามใต้

Khmer Krom

 

 

bac ho

Ho Chi Minh Statue

หน้าศาลากลางนครไซง่อน

 สถาปัตยกรรมรุ่นหอไอเฟล

 

 

bt lich su sg

History Museum

และช้างพระราชทานของพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ของขวัญแด่อินโดจีนฝรั่งเศส

 

 

 

cathedral saigon

 Notre Dame Cathedral in Saigon

วิหารนอเตรอดาม และพระแม่มารี

แห่งไซง่อน

 

 

 

 

 

 

IMG_2726[1]

"ช้างพระราชทานของพระปกเกล้าฯ

แด่อินโดจีนของฝรั่งเศส เมื่อคราว

เสด็จไซง่อน  พ.ศ. 2473 (1930)"

 

 

hcmc_saigon_central_post_office_1

Central Post Office  รุ่นหอไอเฟล

 

 

Ben_Thanh_market

Ben Thanh Market

สุดยอดชอปปิ้งในไซ่ง่อน

 

 

Text Box:

 

รับจำนวนจำกัดเพียง               80 ท่าน เท่านั้น

อัตราค่าบริการ                         25,500 บาท ต่อท่าน (พักห้องคู่ 2 ท่าน)

                                                พักห้องเดี่ยวเพิ่ม  4,000 บาท

                                                เด็กต่ำกว่า  10 ปี (พักร่วมกับผู้ปกครอง)  23,000 บาท ต่อท่าน

อัตราค่าบริการนี้                      เป็น ค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับ, ค่ารถโดยสารภายในประเทศตลอดการเดินทาง

ค่าภาษีสนามบิน, ค่าที่พักและอาหารตามที่ระบุไว้ในรายการ, ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ,

ค่าประกันภัยในการเดินทาง ท่านละ 1,000,000 บาท / ค่ารักษาพยาบาล 100,000 บาท /ท่าน

และมีเอกสารวิชาการประกอบการเดินทาง

อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

ค่าใช้จ่ายส่วนตัวต่าง ๆ นอกรายการ อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีด และค่าเครื่องดื่มที่ท่าน

สั่งเอง ,มินิบาร์ในห้องพักและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ นอกเหนือรายการที่ระบุ

เอกสารการเดินทาง     

                        หนังสือเดินทางที่มีอายุใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน  (นับจากวันเดินทาง)

                        ส่งสำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกพร้อมใบสมัคร

                        (นำหนังสือเดินทางติดตัวท่านไปในวันเดินทางด้วย  มิฉะนั้นท่านไม่สามารถร่วมเดินทางกับคณะได้ ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าบริการ )

การชำระเงิน    สามารถแบ่งจ่ายได้ 2 งวดๆ งวดแรกละ 15,000 บาท (เมื่อจอง)

งวดที่สอง 10,500 บาท (ภายในวันที่ 13 พ.ย. 2552) 

สิ่งที่ควรเตรียมไป 

สัมภาระส่วนตัว เช่น เสื้อแขนยาว, รองเท้าผ้าใบ, หมวก, ไฟฉาย, ยารักษาโรค              

การเปลี่ยนแปลงรายการ

ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการจัดที่นั่งบนรถตามการโอนเงินค่าบริการ  และในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ  เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้ และจะไม่รับผิดชอบใด ๆ กรณีที่สูญหายหรือสูญเสีย นอกเหนือความรับผิดชอบและเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น   การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ   การจลาจลต่าง ๆ

จัดโดย Viet Phong travel Co.,Ltd. 409/ 69 Kim Ma street -Hanoi- Vietnam 

รายได้สบทบ “กองทุน 10 ปีอุษาคเนย์ศึกษา” เนื่องในโอกาศเฉลิมฉลอง 1 ทศวรรษเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ศิลปศาสตร์ มธ. ท่าพระจันทร์

v     หากท่านประสงค์ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ภาคสนามเพียงอย่างเดียว ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่   v

โทร. 02-424-5768, 02-433-8713, 089-457-8657 e-mail:  kitsunee_tai@yahoo.com

 

Text Box: ท่านที่ลงทะเบียนร่วมสัมมนาวิชาการจะได้รับอภินันทนาการหนังสือและเอกสารวิชาการ ดังนี้

(1)  โลกของอิสลามและมุสลิมในสยามประเทศ – เอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ และ ผศ.กาญจนี ละอองศรี
(รายงานการสัมมนา ที่ โรงแรม ทวิน โลตัส นครศรีธรรมราช  จังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อวันที่ 27-28 มีนาคม 2552)
(2)    เอกสารสัมมนาจัดพิมพ์เป็นเล่มย่อยๆ

 

 

 

 

 

 

 

คลิกที่นี่เพื่อดาวน์โหลดใบสมัคร