โครงการอบรมเกียรติบัตร

อยุธยาศึกษา : ทวารวดีศรีอโยธยา ตลาดวิชาสำหรับครูอาจารย์

และ/หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา

รุ่นที่ 10 / 2557

วันจันทร์ 28 และ วันอังคาร 29 เมษายน 2557

จัดโดย มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ร่วมกับ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

 

 

ผู้ดำเนินโครงการ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

413/38 .อรุณอมรินทร์ 37 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700

โทร 0-2424-5768, 0-2433-8713

www. textbooksproject.com , www.facebook.com/textbooksproject

E-mail: textbooksproject@gmail.com , taikitsunee@gmail.com

สถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

 

ผู้สนับสนุนโครงการ : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

 

ลักษณะโครงการ : โครงการอบรมมีใบประกาศ เกียรติบัตร อยุธยาศึกษา: ทวาราวดีศรีอโยธยา

ตลาดวิชาสำหรับครู-อาจารย์

 

ระยะเวลาการอบรม : 2 วัน 1 คืน (วันจันทร์ 28 และวันอังคาร 29 เมษายน 2557)

 

สถานที่การอบรม : พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม (ทั้งบรรยายและภาคสนาม)

 

วิทยากร :

 

1. ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

เป็นนักประวัติศาสตร์ เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อยุธยา และประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นอดีต

อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขานุการมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ผลงานวิชาการที่สำคัญ คือ อยุธยา : ประวัติศาสตร์และการเมือง และ อยุธยา : Discovering Ayutthaya

 

2. . สมฤทธิ์ ลือชัย

เป็นนักวิชาการอิสระ เชี่ยวชาญด้านสื่อสารมวลชน และด้านการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม จบการศึกษาระดับปริญญา

โทด้านรัฐศาสตร์ และปริญญาโทด้านวารสารและสื่อมวลชน เป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ เป็นมัคคุเทศก์ด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เป็นหนึ่งในคณะทำงานหนังสือ อยุธยา : Discovering Ayutthaya

 

3. ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

เป็นนักประวัติศาสตร์ เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์การเมืองไทย เคยเป็นวิทยากรประจำรายการของวิทยุศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ พาเที่ยวทั่วไทย (F.M.92 A.M.1161 ปี 2538-2546) เป็นวิทยากรประจำโครงการอบรมมัคคุเทศก์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นหนึ่งในคณะทำงานหนังสือ

อยุธยา : Discovering Ayutthaya

 

 

4. . อัครพงษ์ ค่ำคูณ

เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ เป็นอาจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติ ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นหนึ่งในคณะทำงานหนังสือ อยุธยา : Discovering Ayutthaya

 

หลักการและเหตุผล

ราชอาณาจักรอยุธยา ซึ่งเป็นอาณาจักรที่มีช่วงเวลาถึง 417 ปี ระหว่าง พ..1893-2310 นั้น ไม่เพียงที่จะมีความสำคัญ

ในอดีตเท่านั้น หากยังดำรงความสำคัญมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะของการเป็นบทศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจต่อภูมิหลังประวัติ

ของไทย ในด้านสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง และความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆ ดังนั้น การศึกษาเรื่องของราชอาณา

จักรอยุธยา จึงไม่เป็นเพียงการศึกษาเรื่องของอดีตเท่านั้น หากทว่ายังเป็นการศึกษาเรื่องเพื่อความเข้าใจในด้านต่างๆ ของสังคม

ไทยในปัจจุบันอีกด้วย

อยุธยาศึกษา ในรอบทศวรรษที่ผ่านมา ได้มีความก้าวหน้าของการศึกษาค้นคว้าในหลากด้านด้วยกัน ทั้งวิธีการศึกษา

และเนื้อหาของการศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา จากสภาพการณ์ดังกล่าว มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมกับ

มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย และสถาบันอยุธยาศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา จึงเห็นว่า ควรที่จะได้มีการจัด

อบรม อยุธยาศึกษา สำหรับครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนความก้าวหน้า

ขององค์ความรู้ให้แพร่กระจายมากขึ้น และเพื่อสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม ความเชื่อและศาสนา โดยเป็นการอบรมในรูปแบบที่กระชับและเชิงการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อที่ครู-อาจารย์ผู้เข้าอบรม

นั้น อาจสามารถนำวิธีการดังกล่าวไปปรับใช้ในการเรียนการสอนในวิชาด้านต่างๆ ได้

 

วัตถุประสงค์

1. เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนความก้าวหน้าขององค์ความรู้เกี่ยวกับ อยุธยาศึกษา

2. เพื่อให้ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้เข้าร่วมศึกษาและตระหนักถึงความสำคัญของ อยุธยา

ศึกษา มากยิ่งขึ้น

3. เพื่อพัฒนาการศึกษาด้าน อยุธยาศึกษา ในสถาบันการศึกษาทุกระดับ

4. เพื่อสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายทางเชื้อชาติ วัฒนธรรม ความเชื่อและศาสนา

 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1. ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้รับรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าทางการศึกษาเรื่องอยุธยา

2. ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้ตระหนักถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์อยุธยามากยิ่งขึ้น

3. ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยานำความรู้และวิธีการที่ได้รับไปปรับใช้ในการเรียนการสอน

ในสถาบันการศึกษาของตน

4. ครู-อาจารย์ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยาได้สร้างเสริมทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมไทย

และสังคมโลก

 

จำนวนผู้เข้าร่วมอบรม : จำกัด รุ่นละ 60 คน

 

ผู้มีสิทธิสมัคร :

1. เป็นครู-อาจารย์ในทุกสถาบันการศึกษา ที่สอนด้านสังคมศึกษา หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา

2. สมัครได้สถาบันละ 2 คน หากสมัครเกิน ผู้จัดอบรมขอสงวนสิทธิ์ในการตัดชื่อออก

 

ค่าใช้จ่ายในการสมัคร :

1. ผู้สมัครจ่ายท่านละ 2,000 บาท (สองพันบาทถ้วน) เพื่อเป็นใช้จ่ายบางส่วน และค่าเอกสารประกอบการอบรม


 

2. ค่าใช้จ่ายในการอบรมตามรายการอบรมที่แนบมานั้น เป็นการดูแลโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และ

มนุษยศาสตร์ และมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

3. ค่าใช้จ่ายที่ผู้เข้าอบรมดูแลรับผิดชอบตนเอง คือ ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางมายังที่อบรม และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ

ที่นอกเหนือรายการ เช่น ค่าเครื่องดื่ม ค่าโทรศัพท์ ค่าซักรีดในโรงแรมที่พัก

 

วิธีการในการสมัคร :

1. มูลนิธิโครงการตำราฯ จะเปิดรับสมัครทางโทรศัพท์ หมายเลข 0-2424-5768 , 0-2433-8713

2. รับสมัครระหว่างวันที่ 1 มีนาคม - 18 เมษายน 2557 เว้นวันเสาร์-อาทิตย์ และจะปิดรับสมัครเมื่อจำนวนครบ 60 คน

3. ผู้ยื่นขอสมัครเมื่อโทรสมัครมายังมูลนิธิฯ เจ้าหน้าที่จะแจ้งขั้นตอนการปฏิบัติและวิธีการจ่ายเงินค่าเอกสาร

4. ผู้สมัครที่ดำเนินการครบถ้วนตามขั้นตอน และมีเอกสารการจ่ายเงินอยู่ที่มูลนิธิฯ คือผู้ที่ได้เข้าร่วมการอบรม

 

หมายเหต : ผู้ที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ หากไม่เข้าร่วมอบรมตามวันเวลาดังกล่าว โดยไม่แจ้งเหตุผลที่พอเพียง อัน

เท่ากับเป็นการรอนสิทธิของผู้สมัครและของสถาบันการศึกษาอื่นๆ นั้น ทางผู้จัดฯขอสงวนสิทธิ์ในการตัดชื่อหน่วยงานและสถาบันการศึกษาของท่านออกจากบัญชีการติดต่อเพื่ออบรมอื่นๆ ในครั้งต่อไป

 

ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการจัดที่นั่งบนรถตามการโอนเงินค่าลงทะเบียน และในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการ เมื่อเกิด

เหตุจำเป็นสุดวิสัย จนไม่อาจแก้ไขได้

 

ข้อตกลงเบื้องต้นของผู้เข้าอบรม :

 

1. ผู้เข้าอบรมต้องอยู่ร่วมกับคณะอบรมตลอดรายการอบรม 2 วัน 1 คืน

2. ผู้เข้าอบรมต้องพร้อมต่อการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งการเขียน การนำเสนอ ในห้องบรรยาย และในภาคสนาม

3. ผู้เข้าอบรมพึงพร้อมต่อการแนะนำตนเองต่อสมาชิกผู้เข้าอบรมคนอื่น เพื่อการสร้างเครือข่าย อยุธยาศึกษา ต่อไป

ในอนาคต

 

การแต่งกาย : แต่งกายสุภาพ สะดวกต่อการเดินในการศึกษาภาคสนาม ควรเตรียมหมวกและร่มมาด้วย

 

การเดินทาง รถปรับอากาศรับ - ส่งที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

(วันจันทร์ที่ 28 เมษายน 2557 รถออกเวลา 06.30 . กลับมาถึงวันอังคารที่ 29 เมษายน 2557 เวลา 19.00 .)

แผนที่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

กำหนดการอบรม

อยุธยาศึกษา : ทวารวดีศรีอโยธยา

จันทร์ - อังคาร 28 29 เมษายน 2557

วิทยากร: ศ.ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อ.สมฤทธิ์ ลือชัย ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ

 

จันทร์ที่ 28 เมษายน 2557      กรุงเทพ อยุธยา สุพรรณบุรี

 

06.30 น. พร้อมกันที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร เขตตลิ่งชัน ธนบุรี

ออกเดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยรถบัสปรับอากาศ

08.30 น. เดินทางถึง มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (ห้อง 317 ตึก 3)

- กล่าวต้อนรับ โดย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎพระนครศรีอยุธยา

- กล่าวรายงาน โดย ศาสตราจารย์ เกียรติคุณ เพ็ชรี สุมิตร ประธานมูลนิธิโครงการตำรา

สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

- กล่าวเปิดงาน โดย ดร.เสนาะ อูนากูล ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

- แนะนำวิทยากรภาคสนาม ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ , ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

อ.สมฤทธิ์ ลือชัย , อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ

- อภิปราย อยุธยาศึกษา : ทวารวดีศรีอโยธยา

โดย - ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ - คุณมนตรี รักษาดี (อบจ.)

- ดร.จงกล เฮงสุวรรณ - อ.สมฤทธิ์ ลือชัย ดำเนินรายการ

10.00 น. ออกภาคสนาม

หมู่บ้านญี่ปุ่น

ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีชาวต่างประเทศเข้ามาค้าขายจำนวนมาก ญี่ปุ่นเป็นชนชาติหนึ่งที่เดิน ทางเข้ามาในสมัยนั้น เมื่อทางการญี่ปุ่นอนุญาตให้ชาวญี่ปุ่นค้าขายกับชาวต่างชาติได้โดยให้

มีหัวหน้าปกครองในกลุ่มตน นับแต่นั้นมาชาวญี่ปุ่นก็เข้ามาอาศัยในกรุงศรีอยุธยามากขึ้น

หัวหน้าชาวญี่ปุ่นในขณะนั้นคือ นากามาซา  ยามาดา เป็นผู้มีอำนาจ และเป็นที่โปรดปรานของ

สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม จนได้รับแต่งตั้งเป็นออกญาเสนาภิมุขรับราชการต่อมา จนได้รับแต่งตั้ง

ให้เป็นเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จนสิ้นชีวิตลงที่นั่น

11.30 น. หมู่บ้านโปรตุเกส

ชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. 2054 โดยอัล

ฟองโซ เดอ อัลบูเคอร์ก ผู้สำเร็จราชการของโปรตุเกส ประจำเอเซีย ได้ส่งนายดูอาร์เต้ เฟอร์นันเดส

เป็นทูตเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา ชาวโปรตุเกสเข้ามา

ตั้งหลักแหล่งค้าขายและเป็นทหารอาสาในกองทัพกรุงศรีอยุธยา สร้างโบสถ์ขึ้นเพื่อเผยแพร่ศาสนา

และเป็นศูนย์กลางของชุมชน ปัจจุบันบริเวณนี้ยังมีร่องรอยซากสิ่งก่อสร้างปรากฏให้เห็น คือ

โบราณสถานซานเปโตร หรือเรียกในสมัยอยุธยาว่าโบสถ์เซนต์โดมินิค เป็นโบสถ์ในคณะโดมินิกัน

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน บริเวณริมน้ำหมู่บ้านโปรตุเกส

13.00 น. ออกเดินทางไปยังจังหวัดสุพรรณบุรี

 

 

 

14.30 น. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

เป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณมากว่า 700 ปี ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์กลางของเมืองโบราณสุพรรณบุรี ในท้องที่ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี ริมฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรี ด้านทิศตะวันตก พระเจ้าอู่ทองทรงสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกษัตริย์ราชวงศ์อู่ทองครองราชย์

ภายในวัดพระวัดพระศรีรัตนมหาธาตุมีตำนานพระผงเมืองสุพรรณ พระพุทธรูปหินทราย 279 องค์ และองค์พระปรางค์สร้างสมัยอู่ทองภายในวัดประกอบไปด้วยโบราณสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระปรางค์องค์ใหญ่ ซึ่งเป็นเจดีย์ประธานของวัดศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนต้น เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม จำนวน 2 องค์ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกของพระปรางค์ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปหินทรายอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ภายในวิหารด้านหน้าพระปรางและจารึกลานทองทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงกษัตริย์สองพระองค์ที่ทรงสร้างและทรงซ่อมพระปรางค์ อักษรในจารึกลานทองแผ่นนี้เป็นรูปอักษรในราวพุทธศตวรรษที่ 24 สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเป็นข้อความลอกเลียนแบบจารึกของเดิมซึ่งชำรุด

 

วัดป่าเลไลยก์

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ หรือ แม่น้ำท่าจีน พระศรีธวัชเมธี ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดว่าวัดนี้จะสร้างขึ้นเมื่อไร แต่จากการสันนิษฐานโบราณวัตถุสำคัญของวัด คือ พระปางปาลิไลยกะ ซึ่งชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า หลวงพ่อโต กะประมาณอายุอย่างต่ำสุดสร้างก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี (ก่อน .. 1893) อย่างสูงสุดยุคทวารวดีตอนต้น (.. 1200) มีอายุจนถึงทุกวันนี้ ระหว่าง 650 - 1300 ปี

 

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ (เจดีย์ยุทธหัตถี)

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ ประกอบด้วย พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงพระคชาธารออกศึก และ องค์เจดีย์ยุทธหัตถี สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่าเมื่อเดือนมกราคม ปี .. 2135 และในปี .. 2495 กองทัพบกได้บูรณปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่ โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่ สูง 66 เมตร ฐานกว้างด้านละ 36 เมตร ครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวงและเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2502 ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 25 มกราคม ของทุกปี เป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ พร้อมกันนั้นทางจังหวัดได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ทุกปี

17.30 น. เดินทางเข้าที่พัก และ รับประทานอาหารเย็น

19.00-20.00 น. เสวนา ทวารวดีศรีอู่ทอง

โดย คุณพนมบุตร จันทร์โชติ

อ.ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ

อ.ประภัสสร์ ชูวิเชียร

อ.อัครพงษ์ ค่ำคูณ ดำเนินรายการ

 


 

อังคารที่  29 เมษายน 2557 สุพรรณบุรี นครปฐม - กรุงเทพฯ

 

07.00 น. รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรมที่พัก

08.00 น. ออกเดินทางไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอู่ทอง
ประวัติการก่อตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง พ.ศ. 2446 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงมหาดไทยได้ตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรี และเสด็จสำรวจเมืองโบราณอู่ทอง ทรงนิพนธ์เล่าเรื่องเมืองอู่ทองในรายงานเสด็จตรวจราชการเมืองสุพรรณบุรีและทรงนิพนธ์หนังสือเรื่องนิทานโบราณคดี
กรมศิลปากรได้จัดสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทองขึ้นเป็นการถาวรในปี พ.ศ.2508-2509 เพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุที่ได้จากขุดค้นทางโบราณคดี เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อู่ทอง เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2509

เมืองโบราณอู่ทอง เป็นเมืองที่มีคูน้ำและคันดินล้อมรอบ ตั้งอยู่ริมลำน้ำจระเข้สามพัน ผังเมืองเป็นรูวงรี ทอดตัวไปตามแนวทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ มีขนาดความกว้างประมาณ 1 กิโลเมตร และยาวประมาณ 2 กิโลเมตร มีระดับความสูงของพื้นที่ตัวเมืองจากระดับน้ำทะเลปาน กลางประมาณ 6 เมตร

จากการศึกษาทางโบราณคดีเท่าที่ผ่านมาทราบว่า เมืองโบราณอู่ทองมีมนุษย์อยู่อาศัยตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อประมาณ 2,500 ปี มาแล้ว โดยได้พบหลักฐานประเภทขวาน หินขัด ลูกปัด ภาชนะดินเผา แวเหล็กในสำหรับปั่นด้าย ขวานสำริด ฉมวก หอก และเครื่องมือเครื่องใช้โลหะอื่นๆ อีกมากมาย ชุมชนในสมัยนี้เป็นชุมชนในสังคมเกษตรกรรม เนื่องจากสภาพที่ตั้งชุมชนเป็นเขตที่ราบขั้นบันไดต่ำ และ ที่ราบลุ่มแม่น้ำ ทำให้สามารถทำการเพาะปลูกได้ผลดี จนชุมชนตั้งหลักแหล่งได้ อย่างถาวร ประกอบกับสามารถติดต่อกับชายฝั่งทะเลได้สะดวก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ชุมชนโบราณในบริเวณเมืองอู่ทองสามารถพัฒนาสภาพสังคมและเศรษฐกิจ จนขยายตัวเข้าสู่สังคมเมืองได้

12.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน

13.00 น. ออกเดินทางไปจังหวัดนครปฐม

14.30 น. พระปฐมเจดีย์

เมืองนครไชยศรี (นครปฐมโบราณ) เป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองทางพระพุทธศาสนาและมีความมั่นคง

ทางการค้ากับนานาชาติ โดยมีพระปฐมเจดีย์ เป็นมหาธาตุหลวงของเมืองมีอายุตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1000

หรือราว 1,500 ปีมาแล้ว องค์พระปฐมเจดีย์ เป็นพระเจดีย์ใหญ่ รูประฆังคว่ำ ปากผายมหึมา โครงสร้างง

เป็นไม้ซุง รัดด้วยโซ่เส้นมหึมาก่ออิฐ ถือปูน ประดับด้วยกระเบื้องปูทับ ประกอบด้วยวิหาร 4 ทิศ กำแพง

แก้ว 2 ชั้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ของพระพุทธเจ้า และพระปฐมเจดีย์นี้เป็นพระมหาธาตุ

หลวงและมีความสำคัญมาตั้งแต่แรกสร้างในยุคทวารวดี สืบเนื่องถึงยุคกรุงศรีอยุธยาก็ยังได้รับการยก

ย่องเป็นศรีของอาณาจักรมีประชาชนพลเมืองเคารพสักการะสืบเรื่อยมาจนถึงยุคกรุงธนบุรี ยุค

รัตนโกสินทร์ตราบจนทุกวันนี้

 

 

 

พระร่วงโรจนฤทธิ์ วัดพระปฐมเจดีย์

"พระร่วงโรจนฤทธิ์" พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดนครปฐม เป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป มีชื่อเต็ม คือ "พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร" ตามประกาศกระแสพระบรมราชโองการ ลงวันที่ 12 ตุลาคม พุทธศักราช 2466 แต่ประชาชนทั่วไป เรียกขานว่า "หลวงพ่อพระร่วง" หรือ พระร่วงโรจนฤทธิ์ เป็นพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ทำด้วยทองเหลืองหนัก 100 หาบ ศิลปะสุโขทัย สูง 12 ศอก 4 นิ้ว ประทับยืนบนฐานโลหะทองเหลืองลายบัวคว่ำบัวหงาย ทำวงพระพักตร์ตามยาว พระหนุเสี้ยม นิ้วพระหัตถ์ พระบาทไม่เสมอกัน ห้อยพระหัตถ์ซ้ายลงข้างพระวรกาย แบฝ่าพระหัตถ์ขวายกตั้งขึ้น ยื่นไปข้างหน้า มีพระอุทรพลุ้ย บ่ายพระพักตร์สู่ทิศเหนือ เมื่อครั้งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้นำกลับไปอัญเชิญลงมากรุงเทพฯ แล้วให้ช่างปั้นสถาปนาขึ้นมาบริบูรณ์เต็มพระองค์ จากเดิมที่ชำรุดหลืออยู่แต่พระเศียร พระหัตถ์และพระบาท และได้อัญเชิญกลับมาสู่จังหวัดนครปฐม เมื่อเดือนกรกฎาคม ..2457 ทางรถไฟ ประดิษฐาน พระวิหารด้านทิศเหนือ องค์พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จนถึงปัจจุบัน

 

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ เป็นสถานที่ที่รวบรวมและเก็บรักษาโบราณวัตถุที่หาชมได้

ยากตั้งแต่ในสมัยแรกที่เมืองแห่งนี้สร้างขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปะสมัยทวารวดี ตั้งอยู่บริเวณองค์

พระปฐมเจดีย์ทางด้านทิศใต้ เป็นที่รวบรวมเก็บรักษาโบราณวัตถุตั้งอยู่ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์

ด้านทิศใต้เป็นอาคารทรงไทยประยุกต์ 2 ชั้น โบราณวัตถุที่รวบรวมได้ในระยะแรกได้ถูกนำมาเก็บ

รักษาไว้ ที่ระเบียงคตรอบองค์พระปฐมเจดีย์ กระทั่ง .. 2454 จึงได้ย้ายไปไว้ในวิหารตรงข้าม

พระอุโบสถ ซึ่งต่อมาเรียกว่า พระปฐมเจดีย์พิพิธภัณฑสถาน (ปัจจุบันยังคงเป็นพิพิธภัณฑสถานใน

ความดูแลของวัดพระปฐมเจดีย์) .. 2477 ได้ยกฐานะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติในความดูแล

ของกรมศิลปากร และเมื่อจำนวนโบราณวัตถุเพิ่มมากขึ้น อาคารหลังเดิมคับแคบ ต่อมาในปี ..

2510 กรมศิลปากรได้รับงบประมาณให้สร้างอาคารพิพิธภัณฑสถานหลังปัจจุบันขึ้น และเคลื่อนย้าย

โบราณวัตถุจากหลังเดิมมาจัดแสดงไว้ที่นี่ โดยโบราณวัตถุส่วนใหญ่เป็นหลักฐานในวัฒนธรรม

ทวารวดี (พุทธศตวรรษที่ 12-16)

16.30 น. เดินทางกลับกรุงเทพฯ

18.30 น. ถึงศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร  เขตตลิ่งชัน ธนบุรี โดยสวัสดิภาพ


ใบสมัครโครงการอบรม

อยุธยาศึกษา : ทวารวดีศรีอโยธยา ตลาดวิชาสำหรับครู-อาจารย์

และ/หรือผู้ที่ปฏิบัติงานและศึกษาเกี่ยวกับอยุธยา รุ่นที่ 10 /2557

วันจันทร์ที่ 28 - อังคารที่ 29 เมษายน 2557

โปรดเติมข้อมูลของผู้สมัครให้ชัดเจนครบถ้วน

ชื่อ-นามสกุล (นาย/นาง/นางสาว)....

อายุ .. ปี (ภูมิลำเนาเกิด อำเภอ.จังหวัด .....)

ที่อยู่ปัจจุบันที่ติดต่อสะดวก......

.รหัสไปรษณีย์...

โทรบ้าน . โทรมือถือ ...E-mail .

สถาบันการศึกษาที่สังกัด...

ที่อยู่............................................... รหัสไปรษณีย์.โทร .... E-mail ...

สถานะหรือตำแหน่งทางวิชาชีพ/วิชาการ...

สถานะหรือตำแหน่งทางด้านบริหาร

สอนหรือทำงานด้านวิชาการมาแล้ว.. ปี และ/หรือมีประสบการณ์ด้านฝ่ายบริหารมาแล้ว. ปี

ประสบการณ์การสอนในวิชาดังนี้ ....

การสมัคร : สมัครทางโทรศัพท์หมายเลข 0-2424-5768 , 02-433-8713 (โทรสาร)

ระหว่าง วันที่ 1 มีนาคม 18 เมษายน พ.. 2557 ยกเว้น วันหยุดราชการ

 

การชำระค่าลงทะเบียน 2, 000 บาท / ท่าน

โอนเงินเข้า บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขา ย่อยพรานนก ชื่อบัญชี มูลนิธิสัมมนาประจำปี

เลขที่บัญชี 196-0-03953-9 จำนวนเงิน....บาท ()

เมื่อวันที่....

ธนาณัติสั่งจ่าย คุณกิตสุนี รุจิชานันทกุล ปณ.ศิริราช จำนวน..บาท เมื่อวันที่..

 

 

(ผู้จัดขอสงวนสิทธิ์ในการจัดลำดับที่นั่งบนรถตามการชำระเงินค่าลงทะเบียน)

 

โปรดส่งเอกสารข้อมูลแผ่นนี้ ทางจดหมายมายัง มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

413/38 .อรุณอมรินทร์ 37 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 หรือ โทรสาร 02-424-5768 , 02-433-8713

ภายในวันที่ 18 เมษายน 2557